AE. Racing Club

AE Racing Club - FreeStyle => Free Style - AE Racing Club => ข้อความที่เริ่มโดย: super Matt ที่ 27 กันยายน 2555 21:16:11



หัวข้อ: no smok in
เริ่มหัวข้อโดย: super Matt ที่ 27 กันยายน 2555 21:16:11
 :emoty   :emotw น้าๆเพื่อนๆท่านใดมีประสบการณ์เลิกบุหรี่บ้างครับ ใช้เคล็ดลับอะไร มาshare กันหน่อยนะครับ ตอนนี้ จขกท.หักดิบมา 2 วันแล้ว แทบบ้าแร้วครับ :emotf


หัวข้อ: Re: no smok in
เริ่มหัวข้อโดย: chaiyasita ที่ 27 กันยายน 2555 21:38:06
ไม่มีครับ แต่ ขอให้สู้ๆ นะครับ


หัวข้อ: Re: no smok in
เริ่มหัวข้อโดย: azuma ที่ 27 กันยายน 2555 21:39:14
กำลังใจอย่าหมดครับ สู้ๆครับ


หัวข้อ: Re: no smok in
เริ่มหัวข้อโดย: jo/jo ที่ 27 กันยายน 2555 21:49:10
เป็นกำลังใจให้ครับ  :emo2


หัวข้อ: Re: no smok in
เริ่มหัวข้อโดย: fridaynight ที่ 27 กันยายน 2555 21:53:29
ถือบวชสิบังมัด
 :emob


หัวข้อ: Re: no smok in
เริ่มหัวข้อโดย: super Matt ที่ 27 กันยายน 2555 22:02:43
 :emo5 ขอขอบคุณกับทุกกำลังใจนะครับ แต่ว่าม่ายมีใครสูบเลยหรือ?


หัวข้อ: Re: no smok in
เริ่มหัวข้อโดย: keng110 >SZ< ที่ 27 กันยายน 2555 22:08:06
ผมสูบตั้งแต่อายุ18 ตอนนี้ก็30กว่าแล้ว เลิกมา2-3ครั้งแล้วเลิกทีเป็นปีเดี๋ยวสูบเดี๋ยวเลิก
ตอนนี้ก็หยุดมาครึ่งปีแล้ว ของอย่างนี้มันอยู่ที่ใจครับไม่เกี่ยวกับร่างกายเราเลย
ปล.ผมไม่ใช่คนติดบุหรี่นะครับแค่สูบตามเพื่อนเฉยๆ ถ้าเราอยู่กับคนที่ไม่สูบก็จะไม่สูบด้วย :emoz


หัวข้อ: Re: no smok in
เริ่มหัวข้อโดย: e-toods ที่ 27 กันยายน 2555 22:16:54
หักดิบเหมือนกัน เดือนกว่าแล้วตั้งแต่มันขึ้นภาษีปรับราคาขึ้นล่าสุด แรกๆหงุดหงิดเป็นธรรมดา ลูกเมียเข้าหน้าไม่ค่อยติด..ต้องสร้างจุดมุ่งหมายมาบังคับตัวเอง ของผมรับปากกับลูกเมีย ว่าซื้อได้รถยนต์ให้ พ่อจะเลิกบุหรี่ ......เมียรีบจัดให้ด่วนๆ อัดมาตั้งแต่ม2.เกือบ30ปีที่สูบ คงสมควรกับเวลาแล้วที่จะหยุด พักนี้ ล่อกาแฟเข้มๆพอ บุหรี่ไม่รู้สึกอยากแล้ว//ท่องไว้ครับ "สูบบุหรี่ ไม่แก่ตาย"..เอาใจช่วย


หัวข้อ: Re: no smok in
เริ่มหัวข้อโดย: AE.พาฝัน ที่ 27 กันยายน 2555 22:30:59
 :emoh  โทร. 1600    ลองดูคับ


 :emow :emov :emow :emov :emow :emov


หัวข้อ: Re: no smok in
เริ่มหัวข้อโดย: super Matt ที่ 27 กันยายน 2555 22:43:57
 :emotyหงุดหงิดจริงๆคับ เป็นความรู้สึกแบบว่า ไม่เจอกับตัว ไม่รู้จริงๆ ละครับ ผมว่า บุหรี่นะ่ เลิกยากที่สุดเลยคับ :emotz


หัวข้อ: Re: no smok in
เริ่มหัวข้อโดย: Jay หมอศรี @ WZ Zone ที่ 28 กันยายน 2555 00:06:07
ถ้ากลัวเลิืกไม่ได้ ก็ลองดูในกระทู้ผมก็ได้นะ อย่างน้อยก็เลิกจากบุหรี่ธรรมดาได้ และเปลี่ยนไปใช้บุหรี่ไฟฟ้า

และผมเองก็มีวิธีด้วย ด้วยการสูบบึึหรี่ไฟฟ้า โดยลดจากปริมาณนิโ๕ตินลงเรื่อยๆ ตนกระทั่งเหลือ 0

ถ้าสูบแบบไม่มีนิโคตินได้ ก็ไม่ต้องสูบบุหรี่ทั่วไปแล้วครับ


หัวข้อ: Re: no smok in
เริ่มหัวข้อโดย: $on_Ae90 ที่ 28 กันยายน 2555 00:49:15
เลิกตั้งแต่บุหรี่ราคาขึ้นแรกๆเหมือน เห็นอะไรมันขัดตาไปหมด มันคันปากคันมือ

แรกๆยาดูม อัดไป คันปากถั่วต้ม 10 หลังมาสบายๆ เอาใจช่วยอีกแรงครับ


หัวข้อ: Re: no smok in
เริ่มหัวข้อโดย: <auu>master7 ที่ 28 กันยายน 2555 01:27:19
ผมสูบตั้งแต่อายุ18 ตอนนี้ก็30กว่าแล้ว เลิกมา2-3ครั้งแล้วเลิกทีเป็นปีเดี๋ยวสูบเดี๋ยวเลิก
ตอนนี้ก็หยุดมาครึ่งปีแล้ว ของอย่างนี้มันอยู่ที่ใจครับไม่เกี่ยวกับร่างกายเราเลย
ปล.ผมไม่ใช่คนติดบุหรี่นะครับแค่สูบตามเพื่อนเฉยๆ ถ้าเราอยู่กับคนที่ไม่สูบก็จะไม่สูบด้วย :emoz
เหมือนกันเลยครับ  :emo2 :emo2


หัวข้อ: Re: no smok in
เริ่มหัวข้อโดย: Mart AE100 ™ ที่ 28 กันยายน 2555 04:11:00
เคี้ยวหมากฝรั่งแทนสิ ...


หัวข้อ: Re: no smok in
เริ่มหัวข้อโดย: iPuNN (ปั้น) ที่ 28 กันยายน 2555 07:54:28
หักดิบเหมือนกันครับ เลิกมาได้เกือบ 3 เดือนแล้ว แต่ก็มีดูบ้าง นิดหน่อย ของแบบนี้ อยู่ที่ใจเราจริงๆครับ ผมเวลาไม่มีให้สูบก็อยู่ได้นะคับ แต่พอเห็นคนสูบแล้วก็อยากสูบบ้าง แต่ถ้าไม่มีก็เฉยๆครับ


หัวข้อ: Re: no smok in
เริ่มหัวข้อโดย: [บุคตนทั่วไป]<LN.Z> ที่ 28 กันยายน 2555 08:24:27
เป็นกำลังใจให้ครับ :emo2 :emo2 :emo2


หัวข้อ: Re: no smok in
เริ่มหัวข้อโดย: joe31 ที่ 28 กันยายน 2555 08:45:45
ผมหักมา 2-3 ครับ แล้ว แต่ปัจจุบัน. ยัง สูปอยู่....  ผมเคยลองสังเกตุเวลาจะหักดิบจะเกิดอาการอย่างไรบ้าง.... อาการอยาก หรี่จะมีมากๆๆ เวลาหลังอาหาร.., และหลังกินกาแฟ.. ,หรือเวลา ต้องรออะไรนานๆ.. แต่เวลาอยากบุหรี่ขึ้นมา จะหงุดหงิดมากๆ แต่ถ้าใจเย็นลองสังเกตุดูอาการจะเกิดขึ้นแป๊บเดียว.. สัก 3 อาทิตย์ อาการจะดีขึ้น..ครับ.แต่ช่วงนี้จะ อารมณ์ ร้ายเป็นพิเศษ..ทานน้ำมากๆๆ เพราะจะได้ ขับสาย นิโคตินออก เร็วๆ..มันทำให้เราอยากครับ เอาใจ ช่วยครับ.กำลังใจสำคัญที่สุด.. ผมรอนะ อีก 2 เดือน. จขก. คงมาตั้งกระทู้ว่า ผมเลิกบุหรี่ได้ได้แล้ว..  เอาใจช่ายอีกแรง.. :emo2 :emotl


หัวข้อ: Re: no smok in
เริ่มหัวข้อโดย: kapoo+ ที่ 28 กันยายน 2555 09:05:30
พ่อผมสูบตั้งแต่ 15 ขวบ วันนึงไม่มาก 2 ซองเอง (ผมปั้นจักรยานซื้อให้เลยรู้) เลิกเอาตอน 40 ต้นๆ หักดิบครับ โยนทิ้ง ทั้งบุหรี่และไฟแช็ค หลังจากนั้นป๋าก้อหาพวกลูกอม หรือขนมหวาน กินเวลาอยาก จากวันนั้นถึงวันนี้ป๋าผมอายุ 65 ยังไม่เห็นแกกลับไปสูบอีกเลยครับ

อยู่ที่ใจครับ ถ้าแข็งพอ เลิกได้


หัวข้อ: Re: no smok in
เริ่มหัวข้อโดย: ~ Funky_nu_NoO : ที่ 28 กันยายน 2555 09:18:48
ก็อย่าคิดว่าเลิกสิครับ แบบผม

แค่ไม่ได้ซื้อสูบมาหลายปีแล้วก็เท่านั้น ตั้งแต่ LM ขึ้นจาก 38 เป็น 45 ผมหยุดซื้อเลย ไม่กดดันตัวเองด้วย

เมื่อไหร่เจอเพื่อนมันดูดเราก็เลือกได้ว่าจะขอมันหรือไม่สูบเลยดีนะ เพราะบางทีก็เสียดายเวลาที่อุตส่าห์หยุดไปเหมือนกัน

สรุปเวลาที่หยุดซื้อก็หลายปีแล้วตั้งแต่ตอนนั้น และสูบตัวล่าสุดของเพื่อน (ตัวนึง) ก็ประมาณ 2 ปีครับ....แบบนี้เรียกใช้แรง งก เป็นที่ตั้งรึเปล่า ;D


หัวข้อ: Re: no smok in
เริ่มหัวข้อโดย: 4d56 ที่ 28 กันยายน 2555 09:28:48
ผมเลิกมา3ปีได้คับ ถ้าหยุดมาได้แล้ว1วัน ลองคิดดูว่ามันลำบากหรือหงุดหงิดแค่ไหนคับ พอวันที่2มันจะเพิ่มขึ้นอีก ผมว่าช่วงpeak
มันจะอยู่ที่4-7วันแรกคับ ผมใช้วิธีคิดที่ว่าเราทนทรมาน หงุดหงิดมาได้แล้ว3วัน มันน่าเสียเวลาไอ้3วันที่เราทนหงุดหงิด ทรมาน คือ
ถ้าเราคิดจะสูบต่ออีกหลังจากอดสูบมาได้3วันแล้ว แล้วเราจะทนหงุดหงิด ทรมานมาทำไมตั้ง3วัน มันน่าเสียดายเวลา ความตั้งใจ และกำลังใจ
ของคนรอบข้างตัวเรา ถ้ามันทนมาได้แล้ว1วัน แล้วเราจะทนต่ออีกในวันพรุ่งนี้ทำไมเราจะทนไม่ได้ ก้อเราผ่านมาได้แล้วตั้ง1วัน มันน่าภูมิใจขนาดไหน
ที่เราสามารถชนะใจตัวเองได้มาตั้ง1วัน ผมเองถ้าไม่เจ็บจนจะเข้าโลงเพราะบุหรี่ก้ออาจจะยังไม่อยากเลิกเช่นกัน แฟนให้เราเลิกบุหรี่ไม่งั้นเค้าจะเลิกกับเรา
เรายังอดไม่ได้เลย นี่คุณผ่านความตั้งใจของตัวเองมาขนาดไหนแล้ว ลองนึกดูคับว่ามันน่าเสียดายขนาดไหน ถ้าคุณจะย้อนกลับไปสูบอีก ผมคนนึงที่ภูมิใจ
ในตัวคุณที่คุณสามารถอดทนเอาชนะตัวเองมาได้ตั้ง2-3วัน สู้ๆคับ


หัวข้อ: Re: no smok in
เริ่มหัวข้อโดย: super Matt ที่ 28 กันยายน 2555 09:34:00
 :emotidนั่นนะสิครับ ใด้กลิ่นควันฉุนๆโชยมาแล้วมันจั๊กกะเดียมหัวใจยังไงงไม่รู้ ขอบคุณกำลังใจทุกท่านจากใจจริงๆครับ


หัวข้อ: Re: no smok in
เริ่มหัวข้อโดย: joe31 ที่ 28 กันยายน 2555 09:37:29
ผมเลิกมา3ปีได้คับ ถ้าหยุดมาได้แล้ว1วัน ลองคิดดูว่ามันลำบากหรือหงุดหงิดแค่ไหนคับ พอวันที่2มันจะเพิ่มขึ้นอีก ผมว่าช่วงpeak
มันจะอยู่ที่4-7วันแรกคับ ผมใช้วิธีคิดที่ว่าเราทนทรมาน หงุดหงิดมาได้แล้ว3วัน มันน่าเสียเวลาไอ้3วันที่เราทนหงุดหงิด ทรมาน คือ
ถ้าเราคิดจะสูบต่ออีกหลังจากอดสูบมาได้3วันแล้ว แล้วเราจะทนหงุดหงิด ทรมานมาทำไมตั้ง3วัน มันน่าเสียดายเวลา ความตั้งใจ และกำลังใจ
ของคนรอบข้างตัวเรา ถ้ามันทนมาได้แล้ว1วัน แล้วเราจะทนต่ออีกในวันพรุ่งนี้ทำไมเราจะทนไม่ได้ ก้อเราผ่านมาได้แล้วตั้ง1วัน มันน่าภูมิใจขนาดไหน
ที่เราสามารถชนะใจตัวเองได้มาตั้ง1วัน ผมเองถ้าไม่เจ็บจนจะเข้าโลงเพราะบุหรี่ก้ออาจจะยังไม่อยากเลิกเช่นกัน แฟนให้เราเลิกบุหรี่ไม่งั้นเค้าจะเลิกกับเรา
เรายังอดไม่ได้เลย นี่คุณผ่านความตั้งใจของตัวเองมาขนาดไหนแล้ว ลองนึกดูคับว่ามันน่าเสียดายขนาดไหน ถ้าคุณจะย้อนกลับไปสูบอีก ผมคนนึงที่ภูมิใจ
ในตัวคุณที่คุณสามารถอดทนเอาชนะตัวเองมาได้ตั้ง2-3วัน สู้ๆคับ

 :emo2 :emo2


หัวข้อ: Re: no smok in
เริ่มหัวข้อโดย: ~ Funky_nu_NoO : ที่ 28 กันยายน 2555 09:40:04
ส่วนอาการของผมที่จับได้คือมักอยากบุหรี่ตอนอยู่ว่างๆ ขับรถชิลๆ อากาศดีๆ หรือรออะไรนานๆ พอเบื่อก็ควักซอง ได้จุดไฟแช็คแล้วรู้สึกโล่ง

แต่เดี๋ยวนี้มีกิจกรรมอะไรให้ทำแทนเยอะครับ ไม่ว่าจะหันไปจิ้มเกมแทปเล็ต พกหนังสือไปอ่าน หาเพลงฟังคลายเครียด

สิ่งที่ผมได้กลับมาคือเงินเก็บ แม้ไม่มากมายแต่ก็พอมีใช้เมื่อจำเป็น ไม่ต้องเครียดแจนไปหงุดหงิดใส่ใครเวลาเงินหมด Bank

ผมไม่ได้ทำงานเสริมอย่างอื่นครับ ยังมีเก็บขนาดนี้

อีกทางก็อย่างที่น้าเจบอกครับ ได้ยินมาเหมือนกันเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า มันจะทรมาณหน่อยเพราะแสบคอ เพราะไม่มีสารหล่อลื่นจากน้ำมันทาร์ แต่ปลอดภัยกว่าหลายเท่า และจะทำให้เลิกได้ในที่สุด :)


หัวข้อ: Re: no smok in
เริ่มหัวข้อโดย: e-toods ที่ 28 กันยายน 2555 10:13:35
หักดิบเหมือนกัน เดือนกว่าแล้วตั้งแต่มันขึ้นภาษีปรับราคาขึ้นล่าสุด แรกๆหงุดหงิดเป็นธรรมดา ลูกเมียเข้าหน้าไม่ค่อยติด..ต้องสร้างจุดมุ่งหมายมาบังคับตัวเอง ของผมรับปากกับลูกเมีย ว่าซื้อได้รถยนต์ให้ พ่อจะเลิกบุหรี่ ......เมียรีบจัดให้ด่วนๆ อัดมาตั้งแต่ม2.เกือบ30ปีที่สูบ คงสมควรกับเวลาแล้วที่จะหยุด พักนี้ ล่อกาแฟเข้มๆพอ บุหรี่ไม่รู้สึกอยากแล้ว//ท่องไว้ครับ "สูบบุหรี่ ไม่แก่ตาย"..เอาใจช่วย
..แนะนำอีกอย่าง อย่ากินอาหารรสเผ็ดมาก มันจะทำให้เราอยากบุหรี่ที่กินข้าวอิ่ม แรกๆผมใช้วิธีตื่นเช้ามา ชงน้ำมะนาวสดใส่น้ำเย็นกิน วันที่2ขี้ไหล เลยเลิก..ตามหลักทางการแพทย์ (อ่านในnet)ยืนยันว่าน้ำมะนาวช่วยเจือจางนิโคติน ลดการอยากได้บ้างครับ


หัวข้อ: Re: no smok in
เริ่มหัวข้อโดย: เคลิ้มสมาคม ™ ที่ 28 กันยายน 2555 12:35:52
ยังเลิกไม่ได้เหมือนกัน  :emox


หัวข้อ: Re: no smok in
เริ่มหัวข้อโดย: Ppat s ที่ 28 กันยายน 2555 13:44:48
ผมไม่เคยเลิก เพราะคบกะมันมายี่สิบกว่าปี แต่กลายเป็นคนไม่พกพาไฟแช็คและไม่สูบบุหรี่ เพราะรำคาญคนที่บ้านบ่นว่าเหม็น และสาวๆที่ทำงานเอามือปิดจมูกเวลามาคุยใกล้ๆ จำได้ขึ้นใจเริ่มต้นที่ไม่พกบุหรี่เข้าบ้าน กินข้าวแล้วไม่มีมันหงุดหงิดมาก แต่คิดว่าไม่เป็นไรไปจัดต่อที่ทำงานได้  และแล้วก็เจอความไม่สะดวกในที่ทำงานอีกทั้งคน ทั้งสถานที่ไม่เอื้อ เลยตัดใจว่าวันนี้ไม่สูบก็ได้ว่ะเปลี่ยนเป็นหาขนมจากโต๊ะสาวๆกินแทน เลิกงานแล้วไปแอบๆซะมวนนึงก่อนจะขับรถกลับบ้าน ตอนหลังเริ่มเซ็งไม่ซื้อไม่พกไม่สูบมันเลยดีกว่า เอาไว้เจอกันนานๆครั้งที่งานเลี้ยงกับเพื่อนๆก็พอ ถือคติตั้งเอง "ไม่เมา ไม่สูบบุหรี่" ไม่เครียดด้วยครับ.


หัวข้อ: Re: no smok in
เริ่มหัวข้อโดย: 4ja1 ที่ 28 กันยายน 2555 14:25:21


ถือบวชยังอดได้  แล้วทำไมจะเลิกเองไม่ได้


หัวข้อ: Re: no smok in
เริ่มหัวข้อโดย: kamelot@WZ ที่ 28 กันยายน 2555 14:32:07
เป็นกำลังใจให้นะคับ


หัวข้อ: Re: no smok in
เริ่มหัวข้อโดย: super Matt ที่ 28 กันยายน 2555 17:14:57
 :emo8 กลางวัน อดใด้ กลางคืน ใส่กระจายยยยย


หัวข้อ: Re: no smok in
เริ่มหัวข้อโดย: KON@EE90 ที่ 28 กันยายน 2555 17:23:56
ผมมีวิธีครับ แต่ผมไม่เคยลองนะ เพราะผมไม่ได้สูบบุหรี่
คูณเอาน้ำดื่มใส่ขวดประมาณเกือบเต็มขวด ขวดเล็กๆประมาณขวดเบียร์ก็ได้ครับ
วันนี้คุณสูบบุหรี่เท่าไหร่ เอาก้นบุหรี่ที่สูบแล้วหย่อนลงขวดน้ำนั้นครับ
วันรุ่งขึ้นจัดการดื่มมันเลยครับ แล้วคุณก็จะอ๊วกแตก
หลังจากนั้นคุณก็จะได้กลิ่นบุหรี่ไม่ได้อีกเลย เพราะได้กลิ่นบุหรี่เมื่อไหร่ก็จะอ๊วก
คุณจะเป็นคนรังเกียจกลิ่นบุหรี่ แล้วจะเลิกมันไปเองครับ เพราะแค่ได้กลิ่นก็จะอ๊วกละครับ

คิดว่าน่าจะใช้ได้นะครับ
 :emotq


หัวข้อ: Re: no smok in
เริ่มหัวข้อโดย: BestZaa.KZ ที่ 28 กันยายน 2555 19:21:25
ผมมีวิธีครับ แต่ผมไม่เคยลองนะ เพราะผมไม่ได้สูบบุหรี่
คูณเอาน้ำดื่มใส่ขวดประมาณเกือบเต็มขวด ขวดเล็กๆประมาณขวดเบียร์ก็ได้ครับ
วันนี้คุณสูบบุหรี่เท่าไหร่ เอาก้นบุหรี่ที่สูบแล้วหย่อนลงขวดน้ำนั้นครับ
วันรุ่งขึ้นจัดการดื่มมันเลยครับ แล้วคุณก็จะอ๊วกแตก
หลังจากนั้นคุณก็จะได้กลิ่นบุหรี่ไม่ได้อีกเลย เพราะได้กลิ่นบุหรี่เมื่อไหร่ก็จะอ๊วก
คุณจะเป็นคนรังเกียจกลิ่นบุหรี่ แล้วจะเลิกมันไปเองครับ เพราะแค่ได้กลิ่นก็จะอ๊วกละครับ

คิดว่าน่าจะใช้ได้นะครับ
 :emotq

โหดแท้


หัวข้อ: Re: no smok in
เริ่มหัวข้อโดย: super Matt ที่ 28 กันยายน 2555 19:28:06
 :emo1 เอ่อ วิธีนี้นี่มันสูตรปรุงยาวัดถำ้กระบอกอ๊ะป่าวคับ


หัวข้อ: Re: no smok in
เริ่มหัวข้อโดย: 4d56 ที่ 28 กันยายน 2555 19:45:34
ผมมีวิธีครับ แต่ผมไม่เคยลองนะ เพราะผมไม่ได้สูบบุหรี่
คูณเอาน้ำดื่มใส่ขวดประมาณเกือบเต็มขวด ขวดเล็กๆประมาณขวดเบียร์ก็ได้ครับ
วันนี้คุณสูบบุหรี่เท่าไหร่ เอาก้นบุหรี่ที่สูบแล้วหย่อนลงขวดน้ำนั้นครับ
วันรุ่งขึ้นจัดการดื่มมันเลยครับ แล้วคุณก็จะอ๊วกแตก
หลังจากนั้นคุณก็จะได้กลิ่นบุหรี่ไม่ได้อีกเลย เพราะได้กลิ่นบุหรี่เมื่อไหร่ก็จะอ๊วก
คุณจะเป็นคนรังเกียจกลิ่นบุหรี่ แล้วจะเลิกมันไปเองครับ เพราะแค่ได้กลิ่นก็จะอ๊วกละครับ

คิดว่าน่าจะใช้ได้นะครับ
 :emotq

อันนี้มีมานานแระคับ ได้ผลกับบางคนคับ บางคนก้อไม่ได้ผล


หัวข้อ: Re: no smok in
เริ่มหัวข้อโดย: tor20valve ที่ 28 กันยายน 2555 20:55:47
ใจอย่างเดียวครับ เลิกมาสามรอบแล้ว รอบละปี พอเครียดมากก็กลับไปใหม่ พยายามอยู่เหมือนกันครับซองจะ100แล้ว


หัวข้อ: Re: no smok in
เริ่มหัวข้อโดย: AE111กับเอ็กซ์ พิโลก!! ที่ 28 กันยายน 2555 21:08:25
สู้ๆครับเป็นกำลังใจให้ครับ เพื่อตัวเราเองและคนรอบข้าง
พ่อผมสูบมาเกือบ40ปี ซื้อกองทิพย์วันละ3ซอง วันนึงคิดจะเลิกก็เลิกเลย ปัจจุบันก็ไม่สูบเลยครับ อยู่ที่ใจ


หัวข้อ: Re: no smok in
เริ่มหัวข้อโดย: mai ee90 ที่ 28 กันยายน 2555 21:26:30
ผมเคยสูบตอนรุ่นๆเอาตามเพื่อน กินเหล้าดูดบุหรี่ มาตั้งเเต่ตอนอายุ 16 มาเลิกตอน19จะ20เเล้ว ผมเลิกเหล้า กับบุหรี่ พร้อมกันเลย
โดยการไม่ไปไหนกับเพื่อน เพื่อนชวนก็ไม่ไป ชวนมากๆผมเลิกคบ ตอนที่เลิกเเรกๆทรมาณมาก เเต่ทนครับพอหลายๆวันเข้า
มันก็ไม่อยากเเล้วละครับ เพราะรู้ว่ามันทรมาณขนาดไหน ตอนนี้พอเดินผ่านคนที่สูบบุหรี่ ผมเดินปิดจมูกเลย น้องๆที่ทำงานมาดูดใกล้
ผมก็เดินหนี ของเเบบนี้มันอยู่ตัวเเละใจเราครับคนที่บอกเลิกไม่ได้นะ เพราะใจคุณไม่เเข็งพอครับ
คุณดูดบุหรี่มันไม่ได้ทำลายตัวคุณเองอย่างเดียวนะครับ มันทำร้ายคนที่คุณรักด้วย  เล่าสู่กันฟังครับน้าๆ
(ผิดถูกขออภัยด้วยนะครับผม)   :emotn :emotn :emotn


หัวข้อ: Re: no smok in
เริ่มหัวข้อโดย: super Matt ที่ 29 กันยายน 2555 09:46:22
 :emot คงจะอยู่ที่สังคมจริงๆละครับ แต่ก่อนอยู่ใกล้คนที่สูบ (ประมาณ ม.2 กรองติ๊บซองประมาณ 25)  เลิกไม่ใด้ เพลาๆลงใด้อยา่งเดียว อย่างว่าครับ ให้เลิก พอใด้ แต่ให้ลืม ยาก !


หัวข้อ: Re: no smok in
เริ่มหัวข้อโดย: obtic ที่ 29 กันยายน 2555 19:47:35
:emot คงจะอยู่ที่สังคมจริงๆละครับ แต่ก่อนอยู่ใกล้คนที่สูบ (ประมาณ ม.2 กรองติ๊บซองประมาณ 25)  เลิกไม่ใด้ เพลาๆลงใด้อยา่งเดียว อย่างว่าครับ ให้เลิก พอใด้ แต่ให้ลืม ยาก !
.
ให้เลิก พอใด้ แต่ให้ลืม ยาก !   :emox
.
.
เป็นกำลังใจให้ .. จขทก .. คับ..


หัวข้อ: Re: no smok in
เริ่มหัวข้อโดย: super Matt ที่ 29 กันยายน 2555 23:12:49
 :emotv ขอขอบคุณทุกความเห็นของทุกท่านครับ ผมขอน้อมรับคำวิจารณ์และคำติติงของพี่ๆเพื่อนๆเพื่อนำมาปรับปรุงตนเองครับ ใครมีอะไรจะแนะนำ ไม่ต้องเกรงใจครับ (ความเกรงใจทำให้บิดเบือนคำวิจารณ์) ใส่ใด้เต็มที่คับ จขกท.สัมผัสใด้ถึงความหวังดีของทุกท่านครับ


หัวข้อ: Re: no smok in
เริ่มหัวข้อโดย: AT35 TZ#054 ที่ 30 กันยายน 2555 09:27:22
สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ...ใจ....ครับ ต้องอดทนให้มากๆ ผมก็ผ่านตรงนั้นมาแล้วเหมือนกัน หักดิบเลย กินน้ำเยอะๆครับ ออกกำลังกายให้มันไล่ สารต่างๆในร่างกายออกให้หมด


หัวข้อ: Re: no smok in
เริ่มหัวข้อโดย: boostup ที่ 30 กันยายน 2555 21:14:52
ผมสูบบุหรี่ไฟฟ้าครับ ช่วยได้เยอะมาก พอกลับไปสูบของจริงแล้ว มันผะอืดผะอม ต้องปาทิ้งเลยครับ แล้วพอใครสูบใกล้ๆก็เหม็นครับ แต่สูบบุหรี่ไฟฟ้าแล้วดีขึ้นทันตาเห็นเลยครับ ลองศึกษาดูครับ ตอนนี้ก็ลดปริมาณการสูบบุหรี่ไฟฟ้าได้เรื่อยๆ อีกหน่อยคงเลิกขาดได้ละครับ ผมสูบบุหร่ไฟฟ้ามา 2 เดือนกว่าละครับ