AE. Racing Club
05 เมษายน 2568 05:55:25 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
  แสดงกระทู้
หน้า: [1] 2 3 ... 32  »  [5»] [10»]
1  AE Racing Club - FreeStyle / Free Style - AE Racing Club / Re: ปรับแต่ง เครื่อง 4ag20v ฝาขาว-ฝาดำ คุยปัญหาเชิญห้องนี้ครับ เมื่อ: 05 กันยายน 2556 00:00:21
ฟังเสียง Knock จริงๆแล้วถ้าเราเข้าใจว่าองศาที่ดีที่สุดของเครื่องคืออะไร เราจะไม่ได้ยินเสียงนี้นะครับนอกจากเครื่องมีการเปลี่ยนแปลง Load แบบกระทันหันเท่านั้นอาจมีเสียงได้บ้าง

องศาจุดระเบิดที่ดีที่สุด คือ องศาที่ให้แรงบิดมากที่สุดในกราฟ แต่ต้องเป็นองศาที่อ่อนที่สุดในขณะแรงบิดสูงที่สุดนะครับ สมมุติดังอีก 4-5 องศาแล้วแรงบิดไม่ขยับขึ้นสักเท่าไหล่อย่าฝืนดันต่อครับ ยังไงก็เขกครับ ผมชอบองศาพอดีแล้วน้ำมัน A/F สัก 13.0-13.5 ครับ จะวิ่งลื่นดี เสียงดี แต่ช่วงสับเกียร์จะเทให้มันหน่อย 12.8-13.00 อะไรอย่างนี้อะ แต่ถ้าไปวิ่งพีระก็เทเข้าไปอีกหน่อย 12.5 น่าจะสวยครับ เอาเซฟๆ

อันนี้คือสิ่งที่ผมเรียนรู้จากอาจารย์หลายท่านและก็มั่วเองบ้างบางจุดนะครับ

เป็นจูนเนอร์ได้เลยนะเนี๊ย ไม่ต้องหลักการอะไรมากเลย แค่จับจุดได้ตรง ๆ จูนยังไงก็แรง
2  AE Racing Club - FreeStyle / Free Style - AE Racing Club / Re: ปรับแต่ง เครื่อง 4ag20v ฝาขาว-ฝาดำ คุยปัญหาเชิญห้องนี้ครับ เมื่อ: 03 กันยายน 2556 17:22:47
หลายหน่วยปวดหัวครับ ผมไม่ค่อยสนเท่าไหล่นะ จะมากจะน้อย

Dyno ปกติเค้าไปหาองศาไฟกันตอนจูนอะครับ ว่าดันได้แค่ไหน มันทำให้จูนเนอร์ทำงานง้ายและปลอดภัยกว่ามาเดาบนถนน (ผมกะพี่ที่จูนให้ผมชอบเดาเป็นการส่วนตัวเพราะไม่อยากเสียค่า Dyno เลยจูนถนน อิอิ) ส่วนมากก็เอาไว้ประมาณนี้อะครับ เพราะวัดแต่ละ Dyno ค่าที่ได้ไม่เคยจะเท่ากันเลย เลยไม่ค่อยสนใจว่าไครมากไครน้อยเพราะเวลาจะลองกันจริงๆคือวิ่งจริงรู้เรื่องกว่าครับ กราฟส่วนบางที่ก็วิ่งไม่ดี กราฟกากๆบางทีมันก็วิ่งอร่อยนะ เรื่องพวกนี้ตอบยากครับ

(ปกติที่อาจารย์ผมสอนมานะคือให้ดูที่กราฟแรงบิดครับแล้วค่อยๆดันไฟพร้อมกับแต่งส่วนผสมตามองศาไฟไปเลื่อยๆจนถึงจุดนึงถ้ากราฟแรงบิดมันไม่ขยับขึ้นแล้วให้ลดไฟลงนิดนึงแล้วไปแต่งส่วนผสมในจุดที่ยังไม่ดีให้พอดีครับนี้คือขอดีขอ Dyno)

อ่อ.....คือจะบอกว่าการจูนบน Dyno บางครั้งที่ผมเจอพอมาวิ่งจริงต้องมาลดไฟกันอีกทำให้ไปวัดม้าอีกรอบได้น้อยกว่าจูนรอบแรกอะครับ เลยไม่รู้ว่าอะไรตรงไหนดี 

ที่เบสว่ามา ผมเห็นด้วยทั้งหมดเลยนะ ทุก ๆ เรื่องเลย

แต่ Dyno มันทำให้จูนเนอร์ขายงานได้ง่ายนะ เพราะมันเป็นเครื่องมือวัด วิทยาศาสตร์ที่ทุกคนเชื่อถือ การไปพูดด้วย Feeling มันใช้กับลูกค้าระดับที่เล่นรถมาเยอะ ๆ แล้วเท่านั้น แต่ใครจะตีความกราฟบนไดโน่ที่เห็นมันก็เป็นอีกเรื่องนึง

เล่นรถแบบไทย ๆ เวลาไปขึ้น Dyno ต้องดูที่ แรงม้าสูงสุดครับ แรงบิด หรือ ดูว่ากราฟสวยไม่สวยไม่ได้สนใจกันหรอก คือแรงม้าสูงสุดเอาไว้โม้ หรือขายงานได้

ส่วนเวลาดันองศาไฟจุดระเบิดเยอะ ๆ แล้วแรงม้าแรงบิด ได้เยอะเวลาลงถนนต้องจูนลดลงเพราะว่า
โหลดถนนจริงมันหนักกว่าโหลด Dyno ครับพอโหลดเยอะ องศาไฟจุดระเบิดจะเยอะไม่ได้ แรงต้านจากโหลดเยอะ ลูกสูบจะเคลื่อนตัวช้าลง
ไปจูนองศาไฟเยอะ ๆ มันได้แรงดันไม่ดี เลยต้องยอมลดองศาไฟจุดระเบิดลง

บางคนสงสัย เรื่องจูนไฟจุดระเบิดทำไมไม่ใช้ Knock monitor ฟังเสียง Knock เอาล่ะ จะได้รู้ว่าเพิ่มไฟ ok หรือเปล่า
ผมขอตอบแทนเลยครับ กรณีน้ำมัน octance สูง ๆ เช่น E85 เราไม่สามารถจับเสียง knock ได้เลยครับ ในช่วงที่ไฟเริ่มแก่ ไฟต้องแก่มาก ๆ จริง ๆ จึงจะมีเสียง knock คือ E85 ไฟแก่มาก ๆ ยังไงก็ไม่ knock แต่ว่าแรงบิดร่วงลงไปแล้ว

จูนเนอร์ใหม่ ๆ มักจะหลงประเด็นเรื่ององศาไฟกับ E85 เพิ่ม ๆ ๆ ๆ เข้าไปเพราะยังไม่ knock สุดท้ายรถวิ่งไม่ได้เรื่องเพราะองศาไฟจุดเยอะไปนี่ล่ะ






3  AE Racing Club - FreeStyle / Free Style - AE Racing Club / Re: อยากทราบ 20vเดิมๆไดโนเทสได้กี่แรงม้าครับ เมื่อ: 31 สิงหาคม 2556 18:28:26
พี่โต้งลองไปพูดคุยปรึกษากับพี่ติ๊บดูก่อนครับเรื่องการตั้งค่า Dyno ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าเปลี่ยนได้มั้ย
แต่เรื่องของ HP PS มันเป็นส่วนของการกำหนดลักษณะของ result

ผมเข้าใจอย่างที่น้าอธิบอกนั่นแหล่ะครับ SAE ให้เหมือนๆกัน เพราะมันน่าจะมีเรื่องของ correction factor ที่ต่างกันอยู่ครับ

SAE มันคือ Society of Automotive Engineers หรือเปล่าครับ มันจะมีนิยามในการกำหนดหน่วยวัดของเขาอยู่ เห็นด้วยที่ต้องตั้งให้เหมือนกัน
แต่ในคู่มือของ Dyno ที่ผมพยายามหาเกี่ยวกับการตั้งหน่วยวัด มันไม่ได้อ้างอิงชื่อ SAE อันเดียวกันเลย หรือไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับ SAE เลย ยากมากที่จะเทียบกัน ดังนั้นในระดับเรา ๆ ต้องถามผู้ผลิตเลย ว่าแนะนำหน่วยไหน

correction factor ที่มามันซับซ้อนนัก ถาม ๆ เจ้าของไดโน่ ได้ความว่า ให้วิศวกรของเครื่องมาตั้งให้ แล้วจะไม่พยายามไปยุ่งกับมัน แค่ถามฝรั่งที่มาตั้งเครื่องว่า OK ไหม ถ้าเขา OK ก็คือจบ
เหมือนส่งเครื่องมือไปสอบเทียบล่ะ เราไม่ต้องไปรู้อะไรหรอก แค่สถาบันเขาบอกว่า ok เซ็นชื่อแล้ว เราก็ OK ใช้งานเลย

** ระดับความรู้ผมก็แค่ Software Engineer ไม่ใช่ Automotive Engineer ยอมรับครับว่า ยังงง ๆ ในเรื่องการวัดแรงม้า แรงบิดมาตลอด ทำไมมันไม่เหมือน กฎของโอห์มในทางไฟฟ้าเลย
4  AE Racing Club - FreeStyle / Free Style - AE Racing Club / Re: อยากทราบ 20vเดิมๆไดโนเทสได้กี่แรงม้าครับ เมื่อ: 31 สิงหาคม 2556 18:06:05
เรื่องไดโน ใครก็รู้ว่าแต่ละที่มันแข็งอ่อนไม่เท่ากัน

ที่นี่ สมการท่ีว่า dynotech*1.07 = dyno ลูกกลิ้งเนี่ย ปัญหาที่ผมบอกคือ ไดโนลูกกลิ้งแต่ละที่ก็ยังไม่เท่ากัน บางทีถ้าเทียบ dynotech กับไดโนลูกกลิ้งบางที่ สมการมันอาจจะกลายเป็น dynotech*0.95 = dyno ลูกกลิ้งก็เป็นได้(ผมก็ไม่เคยไปลองเทียบขนาดนั้น)

ผมคิดว่า ถ้าวัดที่ไหนบ่อยๆ 2 ที รถคันเดียวกันเป็น benchmark สภาพเดียวกัน วัดหลายๆครั้งเข้า ก็สร้างสมมติฐานขึ้นมาได้ อาจจะเป็น dynotech*1.07 = dyno keng service แบบนี้ เป็นไปได้แน่ครับ คือเป็นเฉพาะที่ๆไป

ออ เวลาไปวัดไดโนแต่ละที่ ต้องบอกให้เขาเลือกใช้หน่วยวัดมาตรฐานเดียวกันอึกด้วย เครื่องม้นปรับตั้งได้หลายหน่วยสากลและหน่วยตามใจจูนเนอร์ก็มี มัาไหล 555




Dyno ลูกกลิ้งหลาย ๆ ที่วัดได้ค่าใกล้เคียงกันครับ พยายามจะคิดว่าหลาย ๆ ที่อ่อน แต่พอวัดเข้าจริง ๆ ใกล้เคียงกันครับ (ผมไม่ได้ไปเจาะจงวัดจริง ๆ ครับ)
การตั้งค่าจริง ๆ จะมีแค่ 2 หน่วยครับ คือหน่วย PS กับ HP ครับ ผู้ผลิต Dyno ก็พยายามรักษามาตราฐานเครื่องไม่ให้เสียยี่ห้อครับ  
                        1 HP = 1.014 PS  

ยังมีอีก HP ทางไฟฟ้า กับทางกลมันไม่เหมือนกัน แต่เครื่อง Dyno ทั้งหลายเขาจะตั้งเป็นแบบทางกล ที่มีวิธีคำนวณกลับแบบที่วัดจากล้อแล้วหาเป็นแบบที่ Fly weels ออกมา และหาออกมาแม่นยำมาก

** Dyno ลูกกลิ้งที่ว่าอ่อนจริง ๆ นั้นมีอยู่แค่ 1-2 ที่ครับ นอกนั้นใกล้เคียงกันครับ (ไม่ขอเอ่ยชื่อครับ) พอสอบถามบางเจ้าทำไมอ่อน เขาบอกว่า เครื่องไม่ได้ดูแล
    กลัวว่าค่าที่ตั้งไว้มันเคลื่อนไปแล้ว ไม่อยากไปยุ่งกลัวมันจะไปกันใหญ่ ให้รู้ ๆ เอาไว้เทียบ Before - After เอง

  - ใครวัดแล้วได้น้อย เครื่องเรามันก็อาจจะน้อยจริง ๆ อย่าไปปลอบใจตัวเองว่า Dyno แข็งเลยครับ

ผมใช้ Sense แบบวิศวกรที่เคยอยู่กับพวกเครื่องวัดมาหลายปี .. เครื่อง Dyno ที่ราคาแพงไม่ใช่แพงเพราะอุปกรณ์แพง แต่แพงเรื่องการสอบเทียบให้ได้มาตราฐานที่ทั่วโลกยอมรับ
และจะต้องออกแบบระบบ ให้สามารถรักษาความเป็นมาตราฐานให้ได้ตลอด ทุกเงื่อนไขและอายุใช้งาน ... และต้องยากที่จะไปปรับแก้ไขให้ค่าอ่อน-แก่ ได้ง่าย ๆ ความไม่แม่นยำของเครื่อง Dyno ส่งผลโดยตรงกับยี้ห้อเครื่องครับ จะอ่อน หรือ แก่มากไม่ได้

ส่วนของ DynoTech ผมยืนยันนอนยังว่าแข็งเกินไป แข็งผิดปกติ แต่เคยถามคราว ๆ ว่ามันเป็นการวัดที่เขามีหลักการไม่เหมือนแบบลูกกลิ้ง และไม่แนะนำให้เปลี่ยนตัวคูณ
เพราะถ้าวัดที่ความเร็วล้อไม่เร็วมากได้แรงม้าสวยดี แต่พอวิ่งเร็ว ๆ ซัก 160 - 180 km/h มันเริ่มแข็งแปลก ๆ (หรือเขามีการจำลองเรื่องแรงต้านลม --> ต้องศึกษา)


5  AE Racing Club - FreeStyle / Free Style - AE Racing Club / Re: อยากทราบ 20vเดิมๆไดโนเทสได้กี่แรงม้าครับ เมื่อ: 31 สิงหาคม 2556 16:42:39
เทียบกัน 2 Dyno ครับกับเครื่อง 1NZ-FE VIOS Step ใกล้เคียงกัน จูน E85 ตามกระแสนิยม กล่องใบเดียวกัน แค่ต่างคนจูน

1. Keng Service เกษตร-นวมินทร์ ใกล้ ๆ Big Apple



2. DynoTech



** 2 คันนี้ลองขับ ๆ ดูแล้วใกล้เคียงกันครับ แต่จะเห็นว่า ที่ DynoTech ม้าแข็งมาก จูนได้แถว ๆ 98-103 ม้าเองสำหรับ 1nz-fe E85 ไม่เปิดเครื่อง
แต่ที่ Keng Service ได้ 118 - 122 แรงม้าครับ

ที่เห็นว่าจูนม้าเพิ่มเกือบ 20 แรงม้าสำหรับ VIOS กล่องใบเดียวนั้น จริง ๆ มันไม่ใช่แบบที่เข้าใจครับ รถ N/A เปลี่ยนน้ำมันเป็น E85 จูนได้เพิ่มไม่เกิน 8-10% ตามหลักการครับ
แค่ที่มันได้แรงม้าเยอะ เพราะไปเต็ม E85 มาแล้วส่วนผสมมันบางครับ แรงม้าเลยร่วง พอเอามาจูนให้ A/F ได้แรงม้าก็มาแล้ว พอเพิ่มไฟจุดระเบิด ก็เพิ่มมาอีก เลยเพิ่ม 2 ต่อได้เกือบ 20 แรงม้าครับ

*** แรงม้าที่เพิ่มต้องทำความเข้าใจแบบวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ กล่องเทพ จูนเนอร์เทพครับ แต่เพราะขึ้น Dyno แล้วทำแล้วทำให้ทราบว่ามาถูกทางครับ







6  AE Racing Club - FreeStyle / Free Style - AE Racing Club / Re: อยากทราบ 20vเดิมๆไดโนเทสได้กี่แรงม้าครับ เมื่อ: 31 สิงหาคม 2556 16:23:44
ลองไปวัดแบบลูกกลิ้ง ให้เขาปรับค่าวัดไดโนเป็นมาตรฐาน SAE ดูครับ

การคูณ 1.07 หรือบวกเพิ่ม 7% ในสมมติฐานมันเยอะมากนะครับ

ถ้าวัดที่ testcar นั้น ลบไปเลย 25-30% ครับ น่าจะเป็นม้าฟลายวีล อยากวัดแข็ง ต้อง dynoking หรือ stryder ครับ ม้าหงอยสมใจ


1.07 หรือ 7% เป็นค่าเฉลี่ยที่ผมใช้เป็นตัวคูณ Keng Service Dyno VS DynoTech ที่ได้จากการเก็บสถิติครับ ไม่ได้เยอะเลยครับ เพราะถ้าไม่กำหนด factor ระหว่าง Dyno อาจจะทำให้หลงทาง หลงประเด็นเวลาเทียบกันครับ เพราะ Factor คราว ๆ นี้่เราจะแจ้งลูกค้าตลอด เพื่อไม่ให้เข้าใจผิด (รถไม่แรงเข้าใจว่าแรง - จูนดีแล้วแรงแล้วแต่คิดว่าม้าน้อย)

บาง Dyno อาจจะไม่ใช่ 1.07 แต่เป็น 1.2 เลยก็มีครับ


ผมไม่ใช้วิศวกรระบบ Dyno ที่จะมาหาคำตอบเรื่อง Dyno อ่อน-แก่ วัดล้อ-วัด Flywheels ใช้ตัวเลขทางสถิติ ok แล้วกับการทำงานครับ


 เพราะในกรณีกล่อง KKT จะจูนบ่อย ๆ  2 ที่ครับ คือที่เก่ง Service ลูกกลิ้ง Dyno Jet กับที่ DynoTech เป็นของ DynoTech ครับ ที่อื่นอ่อนหรือแข็งยังไงผมก็ไม่รู้ครับ เรื่อง Dyno อ่อนแข็งมีประเด็มมากครับ

** เรื่องเครื่องมือวัดในเมื่อมันหามาตราฐานกันยาก ผมก็เลยไม่สนใจแล้วครับ ถ้าเราใช้บ่อย ๆ จะรู้ว่าที่ไหนเป็นยังไงครับ
โดยปกติการจูนจะวัดแรงม้า ก่อนจูน เทียบหลังจูนครับ รถรุ่นนั้น ทำหลาย ๆ คันวัดบ่อย ๆ เก็บข้อมูลไว้ มันก็พอจะบอกได้แล้วว่า ok หรือไม่ ok ครับ




  




7  AE Racing Club - FreeStyle / Free Style - AE Racing Club / Re: อยากทราบ 20vเดิมๆไดโนเทสได้กี่แรงม้าครับ เมื่อ: 31 สิงหาคม 2556 11:57:41
4A-GE20V ฝาดำ  
   - ทำ Direct coil ครับ ใช้ Coil ของ Honda K20  
   - ทำระบบ E85 หัวฉีด 1jz-GTE
   - กล่องจูน 1 ใบครับ
   - ทำระบบน้ำมันปั้มติ๊ก 1JZ-GTE สีดำตัวเล็ก + Regulator ของ NISMO ตัวเล็กหน้าตาโง่ ๆ

ลองขึ้น Dyno แบบถอดล้อที่ DynoTech รามคำแหง 164
** ได้แรงม้าประมาณ 135-140 ครับ (จูนโดยจูนเนอร์หน้าใหม่)

คันนี้เคยไปขึ้นที่ TestCar จูนดีแล้วได้ 167 แรงม้าครับ

ปัจจุบันเท่าที่สังเกต Dyno ลูกกลิ้งหลาย ๆ ที่ได้ค่าแรงม้าที่ไม่ค่อยมาตราฐานกัน ส่วนใหญ่จะให้ความรู้สึกไปทาง "อ่อน" ครับ

** ส่วนตัว ผมชอบที่ DynoTech ที่สุดครับ เพราะได้ค่าที่ "แข็ง" และวัดค่าได้ไวมากครับ ปรับเปลี่ยนค่าในตารางจูนนิดหน่อย ก็เห็นกราฟมาการเปลี่ยนแปลงให้เห็นเลย

ผมยึดถือเครื่อง Dyno ถอดล้อที่ DynoTech เป็น Standard ครับ (เครื่อง Dyno ยี่ห้อ DynaPack) แต่ถ้าจะเทียบกับลูกกลิ้งผมจะเอา 1.07 ไปคูณค่าที่ได้จาก DynoTech ครับ

กรณีคันใน Clip ข้างล่าง DynoTch วัดได้เมื่อจูนดีแล้วคือ 139.5 HP = 135*1.07 = 149.2 แรงม้า ลูกกลิ้งแบบที่เราคุ้นเคย

ดังนั้น จขกท. ขอ 150 แรงม้ากับเครื่อง 20V ฝาดำ ขอตอบว่า ทำได้แน่นอน แต่ต้อง E85 หัวฉีด 1JZ-GTE จูนกล่อง 1 ใบ


<a href="http://www.youtube.com/watch?v=PLkc0IOqptw" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=PLkc0IOqptw</a>




8  AE Racing Club - FreeStyle / Free Style - AE Racing Club / Re: สอบถามครับ map sensor 4a-ge 20v ฝาดำ เมื่อ: 02 พฤษภาคม 2556 19:33:33
เท่าที่อ่านมา เครื่องวางมาวายสายไม่ครบ
ถ้าวาง+วายสายไฟครบ ปัญหาทุกอย่างจะหมดครับ

ค่อยๆแก้ครับเอาใจช่วย เครื่องดูแลมันดีๆทำให้ครบจบๆ
ใช้ได้ยาวๆเลยครับ ทุกเครื่องนะครับ
ผมอยู่สกลนคร แถวนี้ไม่มีช่างเก่งๆเลยครับ

เข้ามาเช็คที่ขอนแก่นมั๊ยหล่ะครับ เดี๋ยวแนะนำอู่
อู่ไหนดีๆแถวขอนแก่นครับ

อยู่สกล ลองแวะไปอู่เพื่อนผมดู เป็นอู่อยู่นอกเมืองหน่อย ทางออกไปอุดร ถนัดงานเครื่อง ติดแก๊ส แก้สายไฟได้
 P. Auto sale ช่างลมโชย จ.สกลนคร (กม. 102 อุดร-สกล) 0849534638 (ถนัด วาง UZ JZ แนะนำสำหรับอีสานตอนบน)

9  AE Racing Club - FreeStyle / Free Style - AE Racing Club / Re: สอบถามครับ map sensor 4a-ge 20v ฝาดำ เมื่อ: 02 พฤษภาคม 2556 11:43:30
Map ควรอยู่ ก่อนทางเข้า Port ไอดีแน่นอน อย่างของ FE จะติดอยู่ที่ลิ้นปีกผีเสื้อ เป็นตัววัดอัตราการไหลของอากาศอ่าครับ

ผมไม่รู้ว่า ฝาดำ อยู่ตรงไหน เพราะฝาดำ ท่อร่วมไอดีมันเป็นแค่กล่องดักอากาศ ส่วนทางเข้าที่ไปแยกแต่ละสูบจริงๆ น่าจะอยู่ที่ปากแตรอ่าครับ

ไม่่แน่ใจว่าฝั่งอยู่ตรงนั้นหรือป่าว

MAP sensor อยู่หลังลิ้นปีกฝีเสื้อ (คืออยู่ด้านใน หลังจากท่อร่วมไอดี) ตัวที่อยู่ทางเข้าท่อรวมไอดีคือ Airflow และ Air temp sensor.
Maps sensor ใช้วัดแรงดันซึ่งเป็นแบบแรงดูดจากเครื่อง หรือ Vacuum ไม่ใช่วัดการไหลของอากาศ

แรงดัน หรือ Pressure กับการไหล หรือ Flow rate คนล่ะอย่างกัน ... แต่มีความสัมพันธ์กัน ตามสมการฟิสิกส์ PV = nRT

รถที่ใช้ MAP ทั่วโลกเรียก D-Jectronics ถ้าใช้ Airflow เรียก L-jectronics
อุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกับ 2 ระบบนี้ และการตอบสนองของเครื่อง จะไม่เหมือนกัน


รถ  D-Jectronics จึงทำปากแตรได้ เพราะวัดแรงดันที่หลังลิ้นปีกผีเสื้อ ส่วน L-jectronics  หมดสิทธิ เพราะเมื่อเอาไป วางลอย ๆ หน้าปากแตร มันจะวัดอะไรไม่ได้

ถ้าเจย์อยากเป็นจูนเนอร์ ควรจะต้องแน่น ๆ กว่านี้นะครับ
10  AE Racing Club - FreeStyle / Free Style - AE Racing Club / Re: ถามเรื่อง OBD หน่อยจร้า เมื่อ: 29 เมษายน 2556 10:26:25
เมื่อต่อ OBD1 ไปแล้ว ECU จะเข้า Test RUN mode เองโดยอัตโนมัติ คือมันก็วิ่งปกติ เหมือนเดิมทุกประการ แต่ว่า Code ในระดับรอง ๆ เช่น 21 22 24 41 ที่ปกติจะไม่โชว์ไฟ
มันจะบังคับให้โชว์ไฟขึ้นมา เพื่อบอกว่ามีปัญหาอยู่ (ปัญหา ไม่ได้เกิดจาก OBD1 ไปสั่งกวนระบบ หรือไปสั่งอะไรแปลก ๆ หรือ OBD1 ห่วย อย่างที่เข้าใจกัน)

ถึง ถอด OBD1 ออก Code เหล่านั้นก็ยังมีอยู่ (ลองเช็ค Code นับหลอดกระพริบดูจะเจอเอง)
กรณีเช่นนี้ OBD ตกเป็นจำเลยบ่อย ๆ (ถอดมันออกแล้วไฟไม่ขึ้น สบายใจดี --- !!!! แต่ Code ยังอยู่)  

ผมขาย OBD1 มา 7 ปีมีปัญหาคล้าย ๆ แบบนี้ตลอด เช่น บอกว่าช่างต่อหน้าคัรช คอมแอร์แล้ว แต่ที่ไม่โชว์ เพราะ OBD1 โปรแกรมเพี้ยนให้ส่งไปให้เขาแก้ไข  (ก็ช่างต่อไม่ถูกมันถึงไม่โชว์ ON-OFF)


**** OBD1 เป็นอุปกรณ์อ่านค่าจาก Data Link ของ ECU .... มันส่งการอะไรไม่ได้ครับ อย่ากังกล *****
 
11  AE Racing Club - FreeStyle / Free Style - AE Racing Club / Re: OBD1 หรือ water temp guage เมื่อ: 11 เมษายน 2556 10:55:19
โอ้โห กท. นี้ตั้งแต่ปี 2009 ... OBD1 ก็ยังมีขายเหมือนเดิมนะครับ นี่ก็จะ 7 ปี (เริ่มขาย 2006) แล้วที่ทำออกมา ตัวแรก ๆ ก็ยังใช้กันอยู่เลย แต่ก็มีเปลี่ยนมือแล้วหลายตัว (ขายเป็นมือ 2-3) ผมก็ยังดูแลให้เป็นอย่างดีครับ
12  AE Racing Club - FreeStyle / Free Style - AE Racing Club / Re: สงสัยเกี่ยวกับspeed sensorกับการปลดล๊อก180 เมื่อ: 24 มีนาคม 2556 00:21:42
ต่อ Speed เข้ากล่องดีกว่าครับ บางท่านบอกไม่ซีเรียส ดีซะอีกวิ่งเกิน 180 ได้

แต่อย่าลืม พอ check engine ขึ้นแล้ว ถ้าเกิดมีอะไรผิดปกติอีก เราจะไม่สามารถรู้ได้เลย
ต่อ Speed แล้วหากล่องปลด 180 มาใช้ดีกว่าครับ
13  AE Racing Club - FreeStyle / Free Style - AE Racing Club / Re: สงสัยเกี่ยวกับspeed sensorกับการปลดล๊อก180 เมื่อ: 23 มีนาคม 2556 02:44:15
Speed sensor ใช้วัดความเร็ว เพื่อคำนวณโหลดเครื่องยนต์ให้ได้ละเอียดขึ้นด้วยนะครับ เพราะถ้าความเร็วสูงแล้ว ก็เปรียบเหมือน น้ำหนักรถน้อยลง
สรุป Speed sensor ก็มีผลกับเกียร์ M/T นะอาจจะทำให้รถวิ่งเนียน วิ่งลื่นขึ้นนิดหน่อย แต่คงไม่ชัดเจนมาก
14  AE Racing Club - FreeStyle / Free Style - AE Racing Club / Re: E-85 พลังงานทางเลือก มาช่วยกันแชร์ความเห็นครับ เมื่อ: 19 มีนาคม 2556 22:53:55
อ้างอิงจากเอกสาร http://www.dede.go.th/dede/images/stories/file/executive_summary.pdf

ของเขาข้อมูลละเอียดดี เยอะดี แต่ดู ๆ แล้วเขาสรุป E85 เป็นไปทางบวกเกินไปอ่ะครับ มันทำให้เราเชื่อได้ไม่สนิทใจครับ

คือผมเองก็อ่านไม่เข้าใจครับ เวลาวิทยากรพูดจบ ผมเลยนิ่ง เพื่ออยากจะยกมือถาม ถ้าเขาเปิดโอกาสให้ถาม
15  AE Racing Club - FreeStyle / Free Style - AE Racing Club / Re: E-85 พลังงานทางเลือก มาช่วยกันแชร์ความเห็นครับ เมื่อ: 19 มีนาคม 2556 11:54:22
อ้างอิงจากเอกสาร http://www.dede.go.th/dede/images/stories/file/executive_summary.pdf
ผมมองว่าเอกสารเป็นการทดลองอุปกรณ์ที่ทางผู้เขียนเอกสารสร้างขึ้นมามากกว่าครับ ซึ่งไม่มีความน่าเชื่อถือทางวิชาการนะครับ (งานทางวิชาการต้องมีการทบทวนวรรณกรรม และต้องมีเอกสารอ้างอิงครับผม)

ผมไม่แน่ใจว่า FFV ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันมีกี่วิธี แต่ที่ผมทราบเกียวกับการเพิ่มปริมาณเชื้อเพลิงตอนนี้มี 2 วิธีครับ
1. เพิ่มระยะเวลาในการฉีดน้ำมันให้นานขึ้น โดยใช้หัวฉีดน้ำมันเดิม
2. ใช้เวลาในการฉีดน้ำมันเท่าเดิม แต่เพิ่มขนาดของหัวฉีดให้สามารถฉีดน้ำมันได้มากขึ้น
ซึ่งทั้งสองวิธีมีทั้งข้อดี และข้อเสียครับ
อย่างเช่นในข้อ 1 สามารถใช้อุปกรณ์หัวฉีดเดิมของรถได้ ส่วนในข้อ 2 คงต้องซื้อหัวฉีดใหม่

ถ้าข้อความของผมขัดใจใครผมต้องขอโทษด้วยนะครับ


เรื่องการทดสอบ ผมไม่ขอออกความเห็นครับ Paper ที่ทำมา ก็อ่านไม่ค่อยเข้าใจ อาจจะทำจริง ๆ แต่ Visualization ไม่ดี ที่มาที่ไปไม่อธิบาย ควรเลือก Sample ที่มีอยู่จริง
และใช้วิธีการพื้น ๆ ที่เข้าใจได้ง่าย ตัวเลขเยอะ ควรเอาไว้ดูเอง แล้ว Summarize ออกมาให้ได้เนื้อจริง ๆ 1-2 แผ่น เป็นตาราง มี Rating เปรียบเทียบ ก็เพียงพอ

ส่วนการดัดแปลงเป็น FFV ทั้งสองวิธี นั้นไม่ได้พูดถึงในกรณี ที่จะต้องจูนปรับแต่งองศาไฟจุดระเบิดใหม่

ถ้าไม่ได้ปรับไฟจุดระเบิด

1. วิธีแรก: การยืดเวลาหัวฉีด มีความเสี่ยงที่จะยืดจนเต็ม 100% Duty แล้ว A/F ยังบางอยู่ครับ
2. วิธีที่สอง: หัวฉีดเปลี่ยนใหญ่เคยไป จูนควบคุมลำบาก

เอา 1+2 ลงตัวที่สุดครับ คือ เปลี่ยนหัวฉีดไม่ใหญ่จนเกินไป แล้วจูนยืดระยะเวลาฉีด หรือ ลดเวลาฉีดลง ในกรณีที่บางจุด A/F หนาไป

แต่ประเด็นสำคัญคือ เมื่อปรับองศาจุดระเบิดใหม่ ให้เรียกแรงม้า และแรงบิด จำเป็นจะต้องปรับ A/F ใหม่ด้วย โดยมีแนวโน้ว จะต้องจ่ายน้ำมันมากขึ้น
ซึ่งวิธีการ ไม่เปลี่ยนหัวฉีด จะทำให้มีปัญหาตามมาครับ

** ไหน ๆ ก็จะทำ E85 แล้ว ผมสนับสนุน ให้ทำรถให้แรงขึ้นไปเลยครับ จะได้คุ้ม ๆ กับการลงมือเปลี่ยนระบบเชื่อเพลิงครับ
  อย่ามองแค่ทดแทน เพราะ E85 มันได้มากกว่าคำว่า "ทดแทน"

 



 
16  AE Racing Club - FreeStyle / Free Style - AE Racing Club / Re: ปัญหาเครื่อง 20V ฝาดำ MT เมื่อ: 16 มีนาคม 2556 10:04:47
สอบถามปัญหาหน่อยครับ
เมื่อคืนกลับจากที่ทำงานใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ โดยปกติก็ใช้ความเร็วประมาณ 120-140 ก็ขับมาตามปกติ อยู่ดีเครื่องไม่มีแรง เวลาเหยียบคันเร่งแล้วเร่งไม่ขึ้น เสียงท่อดังเหมือนเครื่องซูบารุ ดูไมล์รอบเครื่องขึ้นๆลงๆไม่นิ่ง ก็ค่อยๆคลานกลับบ้านที่สำโรง
พอเมื่อเช้าออกจากบ้านมาทำงานก็ยังเป็นเหมือนเดิมอีก จนขับมาถึงสะพานศรีเอี่ยม ปรากฏว่า รอบเครื่องกลับมาเป็นปกติ ก็เลย งง ว่ามันเกิดไรขึ้น ทำไมอยู่ดีๆถึงเป็นแบบนี้
วันนี้จะต้องเอารถเข้าอู่ แต่ไม่รู้สาเหตุว่าเกิดจากอะไร รบกวนผู้รู้ช่วยเหลือด้วยครับ และถ้าแนะนำอู่ที่อยู่แถวรามหัวหมากได้ แนะนำมาเลยนะยังไงก็จะต้องแก้ไขวันนี้ เพราะวันอาทิตย์จะต้องเดินทางไกลครับ 

เรื่องกล่อง KKT ก็ลอง by pass ดูก่อนได้ครับ แต่โอกาสเสียจะมีน้อยครับ (แต่ก็มีโอกาส ช่างต้อมดูและให้ทุกกรณีอยู่แล้ว ไม่ต้องกังวล) แต่อาการแบบนี้ คล้าย ๆ MAP Sensor เสียครับ มันเยิ้มยางมะตอยแล้ว ถ้าเยิ้มยางมะตอยแล้ว ให้ซื้อจากเชียงกง เป็นรุ่น 2JZ-GE ของหาง่าย ราคาถูกกว่าเยอะ แล้วเอารถไปให้ช่างต้อมจูนให้อีกนิดหน่อย
17  AE Racing Club - ต่างจังหวัด / โซนระยอง / Re: OMP Competition 2013 by Vattana Motor sport เมื่อ: 04 มีนาคม 2556 12:18:04
ของลงด้วยอีก 2 คันครับ (ผม IM ไปหาน้าวัชแล้วครับ)

1. ศิริชัย รั้วสำราญ (ช่างต้อม) AE111 สีน้ำเงิน 4A-GE 20V
2. ขันติ ทิพย์มณี (ช่างไก่ มหาชัย) AE92 สีแดง 4A-GE 20V
18  AE Racing Club - FreeStyle / Free Style - AE Racing Club / Re: E-85 พลังงานทางเลือก มาช่วยกันแชร์ความเห็นครับ เมื่อ: 01 มีนาคม 2556 12:30:05
ผมว่า อย่าใส่เลยครับเครื่อง4A กับE85 ตัวอย่าง อัลติสใหม่ E85 เปลี่ยนระบบน้ำมันทั้งหมดครับ เช่น เคลือบในถังน้ำมันใหม่ ท่อทางต่างๆใช้ท่อที่ทนการกัดกร่อนสูง หัวฉีดก็เปลี่ยน กล่องปรับองศาไฟจุดระเบิดก็เปลี่ยน นี่แค่ส่วนที่เปลี่ยนหลักๆน่ะครับ แล้วไม่ทราบว่าเข้าใจความหมายของ E85ยังครับ E85 คือ ใน 100% จะมีน้ำมันเบนซิล 15% และ เอทานอล(แอลกอฮอล)ซึ่งมีการกัดกร่อนสูงอยู่ถึง 85% และที่รถแรงๆเค้าจูนE85ได้เพราะรถคันนั้น ได้ใส่พวกสายน้ำมันถักหรือไม่ก็ สแตนเลสกันหมดแล้ว ทั้งยังมีถังเอ หัวฉีดเค้าก็เปลี่ยนกัน ถ้ารถเรายังไม่ถึงขนาดนนั้น อย่าคิดใส่E85เลยครับ และที่E85จูนแล้วแรง เพราะ มี ออกเทนสูง สูงกว่า เบนซิล95 อีกครับ  

อย่าคิดมากเลยครับ เรื่อง E85 กัดกร่อนอะไรอ่ะ
   - สำหรับรถซิ่ง วิ่งมีกำลัง E85 นี้เป็นของวิเศษราคาถูกแล้วครับ จะใช้ 95 octane 100 120 LPG ไปทำไมครับ
     ของถูกและดีใช้เลยครับ
   - ถ้ากลัวท่อแตก ท่อพัง ก็เปลี่ยนเลยสิครับ เอาแบบที่ทน E100 ได้เลย จะทนใช้ของเดิมให้คาใจทำไม
   - E85 จะกัด หัวฉีด กัดลูกสูบละลายได้เลยเหรอครับ ฉีดน้ำมันเป็นละออง แล้วเผาไหม้นะครับ ไม่ใช้ต่อสายยางลงตรง ๆ ที่เครื่อง
   - รถจูน  ๆ กัน ถ้ายังใช้ 95 E10 E20 อยู่ เสี่ยงที่เครื่องจะหลับในกรณีเค้น เอาแรงเยอะ ๆ พอเครื่องหลับจะนึกถึง E85 ทันที
     ถ้าจูน E85 คงไม่หลับง่าย ๆ
   - ให้มองเรื่องที่เราดัดแปลงอย่างอื่น ๆ เช่น ทำฝาสูบ องศาแคม ท่อไอเสีย ทำช่วงล่าง หลาย ๆ อย่าง มันก็ทำให้รถยนต์ลาโลก เร็วกว่าเดิม ๆ อยู่แล้ว
      คิดให้ได้แบบนี้ เรื่องไปใช้ E85 นี่เรื่องเด็ก ๆ เลย ขนาด ปั้มติ๊ก ถ้าให้ดียังต้องใช้แบบ ทน E85 ราคาแพงแล้ว อาจจะดันไม่แรง
      ผมยังไม่ใช้เลย ใช้ JZ turbo เปลี่ยนเอา ปีละลูก ยังประหยัดเงินกว่าอีกครับ

      
อยากให้มองมันแค่เชื่อเพลิง ที่ทำให้รถแรง และราคาประหยัด มีปัญหาบ้าง คงเรื่องเล็กครับ รถยนต์มันของเล่น ไม่ได้มีชีวิตจิตใจ มีเงินก็หาซื้อมาเลานใหม่ได้
คิดแบบนี้ ชีวิตจะเป็นสุขครับ

ปล. ลองอ่าน กท. นี้ครบทุกหน้าหรือยังครับ?

 
19  AE Racing Club - FreeStyle / Free Style - AE Racing Club / Re: E-85 พลังงานทางเลือก มาช่วยกันแชร์ความเห็นครับ เมื่อ: 28 กุมภาพันธ์ 2556 12:39:14
ตดแบบนี้ ดีกว่านะ สะใจกว่า

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=4nn1VfsbBZw" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=4nn1VfsbBZw</a>
20  AE Racing Club - FreeStyle / Free Style - AE Racing Club / Re: สอบถาม พอร์ต OBD เมื่อ: 27 กุมภาพันธ์ 2556 22:43:01
ดูของเจ้านี้เลยครับใช้ดีจริงๆ ผมใช้อยู่ Tong KKT OBD

อ้าวมาตอบแล้วด้วย อิอิ

ไม่ได้มาขายของนะ อย่าเข้าใจผิด แค่มาบอกว่า 20V เป็น OBDI นะครับ จะได้ไม่สั่งของผิด
หน้า: [1] 2 3 ... 32  »  [5»] [10»]
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2008, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!