Praphon
|
 |
« ตอบ #14 เมื่อ: 31 มีนาคม 2557 15:03:45 » |
|
ขอร่วมแชร์ประสบการณ์การใช้ AE101 เครื่อง 4AFE ปี 1995 มือเดียว จาก 0-607,164 กม. (18 ปี), เฉลี่ยการวิ่งประมาณ 30,000 - 60,000 กม / ปี สำหรับอะไหล่ติดรถมาที่ปกติไม่คอยเสียง่าย (เกิน 100,000 กม. ขึ้นไป) สังเกตุดูว่ารถที่จะซื้อว่าวิ่งมาระยะเท่าไร (ถ้าไม่โดนเขี่ยไมล์) แล้วเปรียบเทียบกับอายุอะไหล่เดิมติดรถตามที่บันทึกจากการใช้งานจริงข้างล่างนี้ ดูว่าอะไหล่ชิ้นนั้นสภาพเป็นอย่างไร ถูกเปลี่ยนไปแล้วหรือยัง (ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลการใช้งานจริงที่มีการดูแลรถตามระยะเวลา, การขับขี่นุ่มนวล, มีการวอร์มเครื่องเล็กน้อยตอนเครื่องเย็นก่อนออกตัวแบบช้าๆจนเข็มความร้อนปกติ จึงเริ่มเร่งเครื่อง) - เปลี่ยนชุดสายพานไทมมิ่งทุก 100,000 กม โดยประมาณ - เปลี่ยนลูกปืนล้อหน้าไป 3 ชุด โดยเฉลี่ยประมาณ 200,000 กม. ต่อชุด, ส่วนลูกปืนล้อหลังยังไม่เคยเปลี่ยน - ที่ระยะประมาณ 250,000 กม. คอมเพรสเซอร์แอร์เริ่มอ่อนแรง ไม่สามารถทำความดันที่รอบเดินเบาได้ ทำให้แอร์ไม่ค่อยเย็น (เปลี่ยนคอมรีบิ๊วไป 3 ลูก ในช่วง 250,000 - 400,000 เฉลี่ยลูกละประมาณ 50,000 กม.) - ช่วง 0-300,000 กม. แรก, สังเกตุปั๊มน้ำมักจะเริ่มรั่วซีมระยะประมาณ 120,000 - 140,000 กม. ปัจจุบันเลยเปลี่ยนปั๊มน้ำและท่อยางพร้อมสายพานไทมมิ่งที่ 100,000 กม เป็นของใหม่เบิกศูนย์ - ที่ระยะประมาณ 300,000 กม. แร็ครั่ว เลยเปลี่ยนของเซียงกงใส่ - ที่ระยะประมาณ 400,000 กม. เปลี่ยนคอมเพรสเซอร์แอร์ใหม่ของแท้เบิกศูนย์ (หลังจากที่เปลี่ยนคอมรีบิ๊วมา 3 ลูก ในช่วง 250,000 - 400,000 กม.) - ที่ระยะประมาณ 450,000 กม. ISC เริ่มเสื่อมสภาพ เดินเบาสั่น ก็เลยเปลี่ยนทั้งเรือนลิ้นคันเร่งของเซียงกงใส่ ก็ใช้ได้ - ที่ระยะประมาณ 460,000 กม. เครื่องเดินเบาสั่นและทำท่าจะดับ ตรวจพบ MAP sensor เสีย ก็เลยเปลี่ยนของเซียงกง อาการหาย ใช้ต่อได้ - ที่ระยะประมาณ 470,000 กม. ไดชาร์ทเสือมสภาพ รูปไฟแบตโชว์ เลยเปลี่ยนของมือสองที่ไม่ตรงรุ่นที่พอใช้ได้ไปก่อน เนื่องจากไฟโชว์ระหว่างทางวิ่ง - ที่ระยะประมาณ 480,000 กม. แกนคอยล์จานจ่ายสึกหรอมาก แม้เปลี่ยนซีลยางก็เอาไม่อยู่ เลยเปลี่ยนทั้งตัวของเซียงกงแทน ก็ใช้ได้มาถึงปัจจุบัน - ที่ระยะประมาณ 490,000 กม. ไดสตาร์ทเสียขณะจอดหน้าบ้าน เนื่องจากเฟืองไม่ขบไฟล์วีล เป็นครั้งแรกที่ต้องเรียกรถลากไปอู่ เปลี่ยนของเซียงกงไส่ ก็ใช้ได้ - ที่ระยะประมาณ 500,000 กม. หม้อลมเบรคเริ่มหมดสภาพ บางครั้งเหยียบเบรคแล้วแข็งต้าน ก็เลยเปลี่ยนของเซียงกงใส่ ก็ใช้ได้ - ที่ระยะประมาณ 540,000 กม. ไดชาร์ทที่เปลี่ยนมือสองชั่วคราว เมิ่อ 470,000 กม. ตรวจพบว่าไดโอดเสีย แต่ไฟแบตยังไม่โชว์ ก็เลยเปลียนเซียงกง ตรงรุ่น - ที่ระยะประมาณ 550,000 กม. หัวเพลาขับตัวนอกซ้ายเริ่มส่งเสียงกังแกร็กๆ ก็เลยเปลี่ยนเป็นของเทียบ GSP - ที่ระยะประมาณ 560,000 กม. คอมเพรสเซอร์แอร์ที่เบิกของแท้ตั้งแต่ 400,000 กม. เริ่มทำความดันไม่ได้ เลยเปลี่ยนเป็นคอมรีบิ๊วตรงรุ่น และยังใช้ต่อมาจนปัจจุบัน - ที่ระยะประมาณ 580,000 กม. หม้อน้ำรังผึ้งผุกร่อนมีรอยซีมเล็กๆ กระจายไปทั่ว ก็เลยเปลี่ยนใหม่เป็นของแท้ - ที่ระยะประมาณ 590,000 กม. เพลาขับหน้าหัวในเริ่มหมดสภาพ มีอาการสะท้านเวลาเร่งเครื่อง ก็เลยเปลี่ยนเป็นของรีบิ๊ว Nasko ทั้งเส้น ซ้ายและขวา - ที่ระยะประมาณ 600,000 กม. พูเล่ย์หน้าเครื่องเริ่มมีอาการแกว่งและส่งเสียงหอน เลยเปลี่ยนของเซียงกงสภาพดีใส่ ก็ใช้ได้ - ที่ระยะประมาณ 600,000 กม Temp. sensor เริ่มเสื่อม ทำให้พัดลมไฟฟ้าติดเองแม้เครื่องเย็น เปลี่ยนเซียงกง ก็ใช้ได้ - ที่ระยะประมาณ 600,000 กม. แร็ครั่วอีกครั้ง รวมทั้งปั๊มเพาเวอร์เริ่มตื้อไม่มีแรง และส่งเสียงหอน เลยเปลี่ยนของเซียงกงใส่ทั้งแร็คและปั๊มเพาเวอร์ - ที่ระยะประมาณ 602,000 กม. แคทตาไลติกล้มแตกร่วนเป็นเศษ ทำให้เร่งเครื่องแล้วตื้อ เปลี่ยนใหม่เป็นของ Magnaflow ก็ใช้ได้ และไม่มีกลิ่นเหม็นของไอเสีย (ตั้งแต่ 250,000 กม. ขึ้นไป เริ่มส่งกลิ่นเหม็นของท่อไอเสีย แต่ใส้ยังไม่ล้ม เร่งเครื่องเป็นปกติอยู่ ก็เลยยังไม่เปลี่ยน)
|