AE. Racing Club
01 มีนาคม 2568 06:28:34 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [«5]  «  1 ... 7 8 [9] 10 11 ... 13  »    ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: กระทู้ เตือนภัย ครับ  (อ่าน 59312 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 30 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
-TOR@RAYONG-
นักแข่งมืออาชีพอาวุโส
********
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9,459


081-939-5609


ดูรายละเอียด
« ตอบ #160 เมื่อ: 19 สิงหาคม 2552 13:56:44 »

เบอร์โทรอายัตบัตรต่างๆ
ไว้เป็นข้อมูลครับ เผื่อซักวันหนึ่งเราอาจจำเป็นต้องใช้
*....*
ธนาคาร   บัตรเอทีเอ็ม ( ATM)  บัตรเครดิต (Credit Card)
ธนาคารกรุงเทพ       1333, 0-2645-5555/0-2638-4455
ธนาคารกรุงไทย       1551, 0-2665-5443/0-2665-5000
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา    1572, 0-2296-2001-5/0-2646-3000
ธนาคารกสิกรไทย      0-2888-8888
ธนาคารทหารไทย      1558
ธนาคารธนชาต        1589
ธนาคารไทยพาณิชย์    0-2777-7777
ธนาคารยูโอบี รัตนสิน    1580, 0-2661-2600
ธ นาคารอาคารสงเคราะห์   0-2202-2000
ธนาคารเอเชีย         1585, 0-2285-1555
ธนาคาร ไทยธนาคาร     0-2626-7777
ธนาคารนครหลวงไทย     0-2208-5000/ 0-2221-3565/0-2225-4925
ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย          0-2729-8807-11
ธนาคารแสตนดาร์ด ชาเตอร์ นครธน       1595
ซิตี้แบงก์ ประเทศไทย  (City Bank)   1588, 0-2232-2484
ฮ่องกงเซี่ยงไฮ้ ( HSBC)            1590
อเมริกัน เอ็กซ์เพรส  (American Express)  0-2273-5544
ไดเนอร์สคลับ ( Diners Club)          0-2238-3660
อิออน                              0-2665 0111
เซทเทเลม                            0-2667-3655
เพาเวอร์บาย                          0-2627-8208
บัตรเครดิตไทยแอร์เอเชีย                    0-2797-3399
แคปิตอล โอเค                        0-2793-3333
เซ็นทรัลการ์ด                         0-2627-8111
อีซี่ บาย                             0-2695-0000
บิ๊กซี การ์ด                           0-2667-3684
Tesco visa                   0-2627-6033
Robinson visa              0-2646-3700
First Choice visa          0-2345-6789
*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
บันทึกการเข้า

น้าเสก LOG.RYZ
นักแข่งมืออาชีพอันดับสอง
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 987


พาหนะแห่งข้า


ดูรายละเอียด
« ตอบ #161 เมื่อ: 11 กันยายน 2552 12:48:56 »

 เรื่องต่อไปนี้เป็นเรื่องหักมุมของการลักพาตัวของผู้ที่รอดตัวมาได้อย่างชาญฉลาด
>
> เมื่อประมาณหนึ่งเดือนที่ผ่านมามีผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ที่ทางเข้าห้างสรรพสินค้า แจกใบปลิวให้กับสตรีทุก
> คนที่ผ่าน
> เข้าไป ข้อความบนใบปลิวนั้นเธอเขียนขึ้นเองโดยเล่าประสบการณ์ที่เธอได้รับเพื่อจะเตือนสตรีคนอื่น
> ๆ
> เมื่อวันก่อนหญิงผู้นี้ซื้อของเสร็จก็กลับออกไปที่รถและพบว่ายางรถของเธอแบน เธอจึงเอาแม่แรงออก
> มาจากท้ายรถและเริ่มลงมือเปลี่ยนยาง ขณะนั้นก็มีชายคนหนึ่งแต่งตัวดีท่าทางเป็นนักธุรกิจ ถือ
> กระเป๋าเอกสารเดินตรงมาที่เธอและพูดว่า “ ผมสังเกตเห็นว่าคุณกำลังเปลี่ยนยางรถอยู่ จะให้ผมช่วย
> ไหม ? ” หญิงคนนั้นรู้สึกของคุณมากและยอมรับความช่วยเหลือ ขณะเปลี่ยนยางเขาก็พูดคุยกันอย่าง
> เป็นมิตร เมื่อเปลี่ยนยางเสร็จก็เก็บยางที่แบนและแม่แรงไว้ท้ายรถ หญิงคนนั้นก็กล่าวขอบคุณเขา
> อย่างมากมาย และขณะที่กำลังจะก้าวขึ้นรถชายคนนั้นก็เอ่ยขึ้นว่าเขาทิ้งรถของเขาไว้อีกด้านหนึ่งของ
> ห้างและจะรังเกียจไหมถ้าขออาศัยติดรถไปที่เขาจอดรถไว้ เธอก็นึกฉงนขึ้นมาเล็กน้อยจึงได้ถามว่า
> แล้วทำไมรถของคุณถึงได้อยู่อีกด้านหนึ่งของห้าง เขาก็อธิบายว่าเขาพบกับเพื่อนเก่าซึ่งไม่ได้พบกันมา
> นานมากแล้วคนหนึ่งในห้าง พวกเขาก็เลยไปหาอะไรทาน พูดคุยกันสักครู่ ตอนออกมาจากห้างก็ออก
> ผิดทางและตอนนี้เขาก็สายมากแล้ว ฝ่ายหญิงสาวก็ไม่อยากจะปฏิเสธเพราะเขาเพิ่งเข้ามาช่วยเหลือ
> เธอเปลี่ยนยางรถ แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกอึดอัดใจ ( ออกจะเชื่อความรู้สึกของตนเอง) แล้วเธอก็
> จำได้ว่าเห็นชายคนนั้นเอากระเป๋าเอกสารของเขาใส่ไว้ท้ายรถของเธอก่อนจะปิดท้ายรถและก่อนที่จะขอ
> ติดรถไปที่รถของเขา ด้วยความฉลาดมีไหวพริบ เธอจึงบอกเขาว่าเธอยินดีที่จะขับพาเขาไปเอารถ
> แต่เธอเพิ่งนึกได้ว่าเธอลืมซื้อของสำคัญอีกอย่างหนึ่ง เธอบอกว่าเธอจะใช้เวลา 2-3 นาทีเท่านั้นเอง
> และขอให้เขานั่งคอยเธอในรถก่อน เธอจะรีบไปรีบมา แล้วเธอก็รีบเข้าไปในห้างและเล่าให้เจ้า
> หน้าที่รักษาความปลอดภัยฟังถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่รปภ.ก็ออกมาที่รถกับเธอแต่ชายคนนั้นไม่อยู่
> แล้ว พวกเขาจึงเปิดท้ายรถดู เอากระเป๋าเอกสารที่ล็อคอยู่ของชายคนนั้นไปที่สถานีตำรวจ เจ้า
> หน้าที่ตำรวจได้เปิดดูโดยตั้งใจจะดูว่าเป็นของใครจะได้ติดตามคืนได้ถูก สิ่งที่พบในกระเป๋าคือเชือก
> เทปกาว และมีด และเมื่อตำรวจตรวจสอบยางที่แบนก็พบว่าไม่มีอะไรผิดปกตินอกจากมันถูกปล่อยลม
> ออกให้แบน นี่ก็แสดงให้เห็นเจตนาของชายผู้นั้นอย่างชัดเจนและเขาได้คิดวางแผนไว้ล่วงหน้า หญิง
> คนนี้โชคดีอย่างยิ่งที่รอดพ้นอันตรายมาได้
> ลองมาคิดดูว่ามันจะเลวร้ายกว่านั้นขนาดไหนถ้าหญิงคนนั้นมีลูก ๆ มาด้วยและต้องนั่งคอยอยู่ด้วยในรถ
> ขณะที่ชายคนนั้นเปลี่ยนยาง หรือถ้าหญิงคนนั้นมีลูกเล็ก ๆ ที่ต้องจับให้นั่งติดอยู่กับเก้าอี้เด็กในรถ
>
> ได้โปรดกรุณาส่งต่อข้อความนี้ไปให้ผู้หญิงทุกคนที่ท่านรู้จัก ท่านอาจจะช่วยชีวิตคนไว้ได้ แสงเทียนจะไม่
> มีวันริบหรี่ถ้าจุดเพิ่มอีกเล่ม ทีแรกข้าพเจ้าว่าจะส่งให้เฉพาะสุภาพสตรี แต่ท่านสุภาพบุรุษทั้งหลายถ้า
> ท่านรักแม่ ภรรยา พี่สาว น้องสาว ลูกสาว เครือญาติที่เป็นผู้หญิงของท่าน กรุณาส่งข้อความนี้ต่อ
> เช่นกัน เพื่อช่วยกันเตือนว่าโลกที่เราอยู่นี้มีเรื่องราวที่ไม่คาดคิดเช่นนี้อยู่มาก ฉะนั้นกันไว้ดีกว่าแก้
> ดูแลตัวเองให้ปลอดภัยไว้ก่อนจะได้ไม่เสียใจภายหลัง
บันทึกการเข้า
น้าเสก LOG.RYZ
นักแข่งมืออาชีพอันดับสอง
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 987


พาหนะแห่งข้า


ดูรายละเอียด
« ตอบ #162 เมื่อ: 14 กันยายน 2552 07:38:42 »

..........เหตุเกิดขึ้นจริงกับเพื่อนผมเอง..เมื่อคืนนี้ (11/9/2009)
>>>เพื่อนผมได้ขับรถมาจากมาบข่ากำลังจะมาเข้าทำงานเวลาประมาณ  23.30 น.
>>>มุ่งหน้ามาทางนิคมพัฒนา
>>>พอเลยทางแยกถนนสาย 11 เกือบถึงร้านปะยาง
>>>ก็ได้มีวัยรุ่นประมาณ 6 คน  อายุประมาณ14-18ปี
>>>ได้ขี่มอเตอร์ไซค์มา  มาปาดหน้ารถคันหน้ารถเพื่อนผม (จังหวะนั้นมีรถวิ่งมาแค่สองคัน คือรถเพื่อนผมกับอีกคัน)
>>> แล้วมันบอกให้จอดเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง
>>>แต่รถคันที่อยู่หน้าเพื่อนผมไม่จอด
>>>มันก็ตะโกนด่า  ไอ้+&*%#$
>>>แล้วมันก็ขี่มอเตอร์ไซค์มาปาดหน้ารถเพื่อนผม จนเพื่อนผมเกือบจะชนรถมัน
<<<แต่เพื่อนผมก็ไม่จอด
>>>แต่แทนที่มันจะเลิก  กลับขี่รถมาปาดหน้ารถเพื่อนผมอีกเป็นครั้งที่สอง
>>>แต่เพื่อนผมก็ไม่จอดอีก
>>>เหมือนเจตนามันจะให้เพื่อนผมจอดรถเพื่อทำการชิงทรัพย์ หรือก่อกวนอะไรประมาณนี้ครับ
>>>
...........................................................
<<<
>>>ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์นี้ก็เคยเกิดกับคนที่รู้จักอีกคนหนึ่ง (บริเวณทางเข้าบ.ซีพี)
>>>เป็นลักษณะโบกให้จอด
>>>พอคนที่ผมรู้จักจอดมันก็เดินมาจะดึงเปิดประตู
>>>แต่ด้วยความที่คนที่ผมรู้จักเป็นผู้หญิงคนเดียว  จึงตัดสินใจเหยียบคันเร่งออกรถไปเลย
>>>จึงไม่เกิดอะไรขึ้น
<<<
................................................................
<<<
>>>และเหตุการณ์แรกก็เคยเกิดขึ้นกับตัวผมเองสถานที่เดียวกัน
>>>แต่คนละฝั่งถนน
>>>แต่ผมก็ไม่จอดตามความประสงค์ของพวกมัน  จึงรอดมาได้

   ดังนั้นถ้าเจอเหตุการณ์ลักษณะแบบนั้ก็พยายามตั้งสติแล้วก็อย่าจอดรถเด็ดขาด ถ้าจำเป็นต้องจอดก็ไปจอดในที่ชุมชนเช่น ตลาด
หรือไม่ก็ขี่เข้าไปในโรงพักเลย  และอีกอย่างเวลาขึ้นรถแล้วควรล๊อคประตูรถเลยครับ

****โปรดช่วยกันบอกต่อเพื่อนๆ เพื่อป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัวเราและคนที่เรารักก็ได้

บันทึกการเข้า
GT-Sevenboxs
นักแข่งมืออาชีพอันดับหนึ่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,693


08-2204-2710 จุ๊บ.Naval-NursE


ดูรายละเอียด
« ตอบ #163 เมื่อ: 14 กันยายน 2552 07:48:04 »

ขอบคุลนะคับสำหรับคำแนะนำดีดี
บันทึกการเข้า

น้าเสก LOG.RYZ
นักแข่งมืออาชีพอันดับสอง
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 987


พาหนะแห่งข้า


ดูรายละเอียด
« ตอบ #164 เมื่อ: 15 กันยายน 2552 13:08:55 »

เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ โลตัสระยอง

เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา แฟนของเพื่อนที่ทำงาน ไปเดินซื้อของคนเดียวที่แผนกเสื้อผ้า ในขณะที่กำลังเลือกเสื้อผ้าดู ปรากฏว่ามี
ผู้หญิงคนหนึ่ง เข้ามาเอามือแตะไหล่ และถาม  ประมาณว่าทำกระเป๋าสตางค์หล่น "มีใครเห็นบ้างไหม" เธอก็ตอบว่าไม่เห็น
จากนั้น ผู้หญิงคนนั้นก็เดินออกไป จากนั้นประมาณไม่ถึง 1 นาที เธอก็รู้สึกมึนงง เบลอๆ และมีผู้หญิงอีก 2 คนเดินเข้ามา
จากนั้นก็จำอะไรไม่ได้ รู้ตัวอีกที ก็มาอยู่นอกห้างแล้ว  เมื่อตรวจดูทรัพย์สินที่พกติดตัวมา ปรากฏว่า สร้อยทองคำหนัก 50 สตางค์
สร้อยข้อมือทองคำ 50 สตางค์ มือถืออีกหนึ่งเครื่อง และกระเป๋าสตางค์ได้หายไป หลังจากนั้น ก็เข้าไปแจ้งที่โลตัส ซึ่งเขาบอกว่า
นี่เป็นรายที่ 5 แล้วของเดือนนี้ เขาก็บอกว่าให้ไปแจ้งตำรวจ หลังจากแจ้งเสร็จก็โทรอายัดบัตรเอทีเอ็ม บัตรเครดิตต่างๆ พอเช็คยอด
ในบัญชีดูปรากฏว่าเงินหายไปอีก หนึ่งหมื่นบาท ซึ่งพอเช็คกะทางแบงค์ปรากฏว่ามีการกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มของ ธ.กสิกรสาขาจันทอุดม
ในเวลาไล่เลี่ยกันกับตอนเกิดเหตุ.

จากสถานการณ์นี้ คนร้ายน่าจะทำเป็นขบวนการ มีการเข้ามาตีสนิท พร้อมทั้งมีการป้ายยาชนิดหนึ่งที่มีฤทธิ์ต่อระบบประสาท ทำให้..คุณ..งงชั่วคราว
จากนั้นก็บอกให้เหยื่อส่งของมีค่าให้ พร้อมทั้งบอกรหัสบัตรเอทีเอ็ม บัตรเครดิต ซึ่งเหยื่อก็ยอมบอก (ไม่น่าเชื่อว่าจะมียาประเภทนี้)

เหยื่อที่ลงมือมักจะเป็นผู้หญิงที่มาเดินห้างคนเดียวสวมเครื่องประดับที่มีราคา แต่งตัวดีแลดูมีฐานะ


นี่ไม่ใช่รายแรก และอาจจะไม่ใช่รายสุดท้าย
บันทึกการเข้า
น้าเสก LOG.RYZ
นักแข่งมืออาชีพอันดับสอง
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 987


พาหนะแห่งข้า


ดูรายละเอียด
« ตอบ #165 เมื่อ: 15 กันยายน 2552 13:10:48 »

มีผู้หวังดีฝากบอกมาครับ

    ประกาศให้ทราบโดยทั่วกันด้วยความปรารถนาดีจากทีมงานสหภาพ ATM

 >> วันนี้น้องที่ออฟฟิศนุชชื่อน้องส้ม โดนมาว่า
> >> ใช้บัตรเอทีเอ็มของแบงค์ไทยพาณิชย์ ไปกดเงิน ที่ตู้เเบงค์ไทยธนาคารแล้วเงินไม่ออกมา
> >ตู้ของเเบงค์ไทยธนาคารก็เเสดงข้อความว่าเครื่องขัดข้อง และไม่มีSlip ใดๆ ออกมา ก็ยืนรออยู่นาน
>  >> เเต่ก็ไม่มีเงินออกมา ก็ไม่ได้คิดอะไรก็ไปกดอีกตู้หนึ่ง
>  >> ซึ่งเป็นตู้ของแบงค์กรุงไทย  กดเงินอีกครั้ง เงินก็ไม่ออกมาอีก
> >> เเล้วตู้ของเเบงค์กรุงไทย ก็ยังเเสดงข้อความว่าเครื่องขัดข้องอีก Slip ก็ไม่ออกมาเช่นกัน
>  >> น้องส้มก็เลยโทรไปที่ Call Center ของ เเบงค์ไทยพาณิชย์ ว่าเกิดเหตุการณ์ดังข้างต้น
> >> Operatorก็ตอบว่าไม่สามารถเช็ครายการใด ๆ ได้เนื่องจากเราทำการกดเงินจากตู้ต่างธนาคาร
> >> น้องส้มก็เลยไปเเบงค์ไทยพาณิชย์ที่เปิดบัญชีเอาไว้ ก็เอา Book Bank ไป
> >> updated ก็พบว่ารายการถูกตัดไปแล้ว
> >> จึงไปเเจ้งกับเจ้าหน้าที่ธนาคารไทยพาณิชย์ ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
> >> เจ้าหน้าที่ก็เเจ้งว่าได้เกิดเหตุการณ์เเบบนี้กับคนอื่นไปเเล้ว
> >> ถ้าจะได้เงินคืนต้องไป เเจ้งความ (เเต่ดูจากสภาพการณ์เเล้วคงไม่ได้คืน
> >> เพราะถือว่าเป็นคดีความเเพ่งนะค่ะ)
>  >> เจ้าหน้าที่เเบงค์ไทยพาณิชย์ ได้เเต่ฝากให้ไปบอกทุกคนว่า
> >> "ช่วงนี้งดการใช้บัตรเอทีเอ็มต่างตู้ธนาคาร"
 
 
 
 
 
บันทึกการเข้า
เจ้าแม่ SRC ™
นักแข่งมืออาชีพอันดับหนึ่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,659


ดูรายละเอียด
« ตอบ #166 เมื่อ: 21 กันยายน 2552 11:15:08 »

...ป้องกันตัวจากแก๊งปาหิน...

   สำหรับการปาหินนั้นก่อนเกิดเหตุ ส่วนใหญ่เหตุการณ์รถถูกปาหินมักเกิดในช่วงกลางคืน บริเวณถนนที่มืดและเปลี่ยว ผู้ขับขี่รถจึงควรเปิดไฟสูงเป็นระยะ เพราะนอกจากจะช่วยให้มองเห็นสภาพเส้นทาง รถจักรยานยนต์หรือกลุ่มคนที่เตรียมก่อเหตุที่อยู่ริมข้างถนนอย่างชัดเจนแล้ว ยังทำให้สายตาของผู้ก่อเหตุพร่ามัวจนไม่สามารถลงมือได้ถนัดอีกด้วยค่ะ

   หากเห็นรถจักรยานยนต์ขี่สวนทางโดยไม่เปิดไฟหน้ารถ ผู้ขับขี่ควรเพิ่มความระมัดระวัง โดยชะลอความเร็วลงและเปลี่ยนช่องทางให้ออกห่างจากรถคันดังกล่าว หากไม่สามารถเปลี่ยนช่องทางได้ควรเปิดสัญญาณไฟกะพริบ เพื่อเตือนให้รถคันหลังทราบว่ากำลังชะลอความเร็วรถ และหากโดนปาหินจะช่วยลดแรงปะทะของก้อนหินและความเสียหายที่เกิดขึ้นได้

   นอกจากนี้เพื่อความปลอดภัยหลีกเลี่ยงการขับขี่รถด้วยความเร็วสูงในเส้นทางเปลี่ยวที่ไม่มีไฟริมข้างทางหรือทางโค้ง แต่ถ้าจำเป็นต้องขับผ่าน ควรล็อกรถหาเพื่อนร่วมทางนั่งรถไปด้วย เพื่อช่วยกันระแวดระวังอันตรายค่ะ

   หรือวิธีง่ายๆ อีกวิธีนึงก็คือให้ขับรถตามหลังรถที่มีขนาดใหญ่หรือขับเกาะกลุ่มกับรถคันอื่นๆ วิธีนี้ก็จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการถูกปาหินได้ และที่สำคัญควรเลือกใช้ฟิล์มกรองแสงด้านหน้ารถเป็นชนิดใส เพราะจะช่วยดูดซับแรงปะทะที่มากระทบกระจกรถได้ดีกว่าฟิล์มทั่วไปค่ะ หรืออาจจะเลือกใช้กระจกนิรภัยแบบหลายชั้น เนื่องจากหากโดนปาหินกระจกจะไม่แตกทันทีแต่จะเป็นรอยร้าวคล้ายใยแมงมุม จึงไม่เป็นอันตรายต่อผู้ขับขี่และผู้โดยสารค่ะ

   และในกรณีที่เกิดเหตุขึ้นแล้ว ผู้ขับขี่ควรตั้งสติ ไม่ตื่นตระหนกและไม่จอดรถในที่เกิดเหตุหรือข้างทางอย่างเด็ดขาด ให้พยายามประคองรถไปจอดบริเวณชุมชน ปั๊มน้ำมัน จุดพักรถริมทางที่มีไฟส่องสว่าง เพื่อความปลอดภัยค่ะ หลังจากนั้นจึงหาวิธีขอความช่วยเหลือต่อไป

   ทั้งนี้กรณีกระจกหน้ารถแตกทั้งบานแรงลมอาจปะทะจนรถเสียการทรงตัว ควรปิดกระจกด้านข้างทุกบาน หากกระจกข้างแตกให้หมุนกระจกหน้าต่างลงทั้งบานเพื่อลดแรงสั่นสะเทือน ที่ทำให้กระจกแตกมากขึ้นค่ะ

 
ที่มา : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
 
บันทึกการเข้า
-TOR@RAYONG-
นักแข่งมืออาชีพอาวุโส
********
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9,459


081-939-5609


ดูรายละเอียด
« ตอบ #167 เมื่อ: 20 ตุลาคม 2552 15:08:44 »

หลังจากหลายปีที่พูดกันว่าการทำคีโมเป็นทางเลือกเดียวที่จะลอง และใช้ในการกำจัดโรคมะเร็ง ในที่สุดโรงพยาบาลจอห์นฮอพกินส์ก็เริ่มแนะนำถึงทางเลือกอื่นๆอีก

ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับโรคมะเร็งจาก รพ.จอห์น ฮอพกินส์

1. ทุกๆคนมีเซลมะเร็งอยู่ในร่างกายเซลมะเร็งเหล่านี้จะไม่ปรากฎด้วยวิธีการตรวจสอบตามมาตรฐานจนกระทั่งมันขยายตัวเพิ่มขึ้นในระดับพันล้านเซลเมื่อแพทย์บอกว่าไม่มีเซลมะเร็งในร่างกายผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ได้รับการรักษาแล้วมันหมายถึงว่าระบบไม่สามารถตรวจสอบเซลมะเร็งได้เพราะว่าจำนวนของมันยังไม่มากพอจนถึงระดับที่สามารถตรวจจับได้เท่านั้น

2. เซลมะเร็งเกิดขึ้นระหว่าง 6 ถึงมากกว่า 10 ครั้งในช่วงอายุของคนๆหนึ่ง

3. เมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรงเพียงพอเซลมะเรงจะถูกทำลายและป้องกันไม่ให้เกิดการขยายตัวและกลายเป็นเนื้องอก

4. เมื่อใครก็ตามเป็นมะเร็ง มันกำลังบอกว่าคนๆนั้นมีความบกพร่องหลายประการเกี่ยวกับโภชนาการซึ่งอาจเกิดจากยีน สิ่งแวดล้อมอาหารและปัจจัยอื่นๆในการดำรงชีวิต

5. เพื่อเอาชนะภาวะบกพร่องหลายประการเกี่ยวกับโภชนาการการเปลี่ยนแปลงประเภทของอาหารรวมทั้งสารอาหารบางอย่างจะช่วยให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น

6. การทำคีโมคือการให้สารเคมีที่มีความเป็นพิษกับเซลมะเร็งที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วแต่ขณะเดียวกันมันก็จะทำลายเซลที่ดีที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในไขกระดูกทำลายระบบทางเดินอาหาร ฯลฯ และเป็นสาเหตุทำให้อวัยวะบางส่วนถูกทำลาย เช่น ตับ ไต หัวใจ ปอดฯลฯ

7. การฉายรังสีแม้ว่าจะเป็นการทำลายเซลมะเร็งแต่ก็ทำให้เกิดอาการไหม้ เป็นแผลเป็น และทำลายเซลที่ดีเนื้อเยื่อ และอวัยวะ

8. การบำบัดโดยคีโมและการฉายรังสีมักจะช่วยลดขนาดของเนื้องอกได้ในช่วงแรกๆอย่างไรก็ตามถ้าทำไปนานๆพบว่ามักไม่ส่งผลต่อการทำลายเซลเนื้องอก

9. เมื่อร่างกายได้รับสารพิษจากการทำคีโมหรือการฉายรังสีมากเกินไประบบภูมิคุ้มกันอาจปรับตัวเข้ากันได้หรือไม่ก็อาจถูกทำลายลงดังนั้นคนๆนั้นจึงอาจตกอยู่ในอันตรายจากการติดเชื้อหลายชนิดและทำให้โรคมีความซับซ้อนยิ่งขึ้น

10. การทำคีโมและการฉายรังสีอาจเป็นสาเหตุทำให้เซลมะเร็งกลายพันธุ์ดื้อยา และยากต่อการทำลายการผ่าตัดก็อาจเป็นสาเหตุทำให้เซลมะเร็งกระจายไปทั่วร่างกาย

11. วิธีที่ดีที่สุดในการทำสงครามกับมะเร็งคือการไม่ให้เซลมะเร็งได้รับอาหารเพื่อนำไปใช้ในการขยายตัว

อะไรคืออาหารที่ป้อนให้กับเซลมะเร็ง

a. น้ำตาลคืออาหารของมะเร็งการตัดน้ำตาลคือการตัดแหล่งอาหารสำคัญที่จ่ายให้กับเซลมะเร็งสารทดแทนน้ำตาลอย่างเช่น "" นิวตร้าสวีต "" "" อีควล "" ""สปูนฟูล "" ฯลฯ ล้วนทำมาจากสารให้ความหวาน ซึ่งเป็นอันตรายสารทดแทนซึ่งเป็นกลางที่ดีกว่าคือน้ำผึ้งมานูคา (จากนิวซีแลนด์)หรือน้ำอ้อย แต่ในปริมาณน้อยๆเท่านั้นเกลือสำเร็จรูปก็ใช้สารเคมีในการฟอกขาว ควรหันไปเลือกใช้ "" แบรก อมิโน ""หรือเกลือทะเลแทน

b. นมเป็นสาเหตุทำให้ร่างกายผลิตเมือกโดยเฉพาะในระบบทางเดินอาหารเซลมะเร็งจะได้รับอาหารได้ดีในสภาวะที่มีเมือกการใช้นมถั่วเหลืองชนิดไม่หวานแทนนมจะทำให้เซลมะเร็งไม่ได้รับอาหาร

c. เซลมะเร็งเติบโตได้ดี ในภาวะแวดล้อมที่เป็นกรดอาหารจำพวกเนื้อจะสร้างสภาวะกรดขึ้นดังนั้นจึงควรหันไปรับประทานปลาจะดีที่สุดรองลงไปคือรับประทานไก่แทนเนื้อและหมู ในเนื้ออาจมียาฆ่าเชื้อฮอร์โมนที่สร้างการเจริญเติบโตในสัตว์และเชื้อปรสิตบางประเภทตกค้างอยู่ ซึ่งล้วนเป็นอันตรายโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่เป็นมะเร็ง

d. อาหารที่ประกอบด้วยผักสด 80% และน้ำผลไม้ พืชจำพวกหัว เมล็ดถั่วเปลือกแข็ง และผลไม้จำนวนเล็กน้อยจะช่วยทำให้ร่างกายมีสภาวะเป็นด่าง อาหารอีก 20% อาจได้มาจากการทำอาหารร่วมกับพืชจำพวกถั่วน้ำผักสดจะให้เอ็นไซม์ซึ่งสามารถดูดซึมได้ง่ายและซึมทราบสู่ระดับเซลภายใน 15 นาทีเพื่อบำรุงร่างกายและส่งเสริมการเจริญเติบโตของเซลที่ดีเพื่อให้ได้เอ็นไซม์ในการสร้างเซลที่ดี ให้พยายามดื่มน้ำผักสด (ผักส่วนใหญ่รวมทั้งถั่วที่มีหน่อหรือต้นอ่อน)และรับประทานผักสดดิบ 2-3 ครั้งต่อวันเอ็นไซม์จะถูกทำลายได้ง่ายที่อุณหภูมิ 140 องศา F ( ประมาณ 40 องศา C)

e. ให้หลีกเลี่ยงกาแฟ น้ำชา และช๊อกโกแลต ซึ่งมีคาเฟอีนสูงชาเขียวถือเป็นทางเลือกที่ดีและมีคุณสมบัติในการต้านมะเร็งน้ำดื่มให้เลือกดื่มน้ำบริสุทธิ์ หรือที่ผ่านการกรองเพื่อหลีกเลี่ยงท๊อกซินและโลหะหนักในน้ำประปาน้ำกลั่นมักมีสภาพเป็นกรด ให้หลีกเลี่ยง

12. โปรตีนจากเนื้อจะย่อยยากและต้องการเอ็นไซม์หลายชนิดมาช่วยในการย่อยเนื้อสัตว์ที่ไม่สามารถย่อยได้ในระบบทางเดินอาหารจะเกิดการบูดเน่าและมีความเป็นพิษมากขึ้น

13. ผนังของเซลมะเร็งจะมีโปรตีนห่อหุ้มไว้การงดหรือการรับประทานเนื้อสัตว์น้อยลงจะทำให้มีเอ็นไซม์เหลือมากพอมาใช้โจมตีกำแพงโปรตีนที่ห่อหุ้มเซลมะเร็งและช่วยให้เซลของร่างกายสามารถกำจัดเซลมะเร็งได้ดีขึ้น

14. สารอาหารบางอย่างอาจช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ( สาร IP6 [inositol hexaphosphate หรือ phytic acid], สาร Flor-essence, สาร Essiac, สารแอนตี้-อ๊อกซิแดนส์ , วิตามิน , เกลือแร่ , EFAs ฯลฯ)เพื่อช่วยให้เซลของร่างกายสามารถกำจัดเซลมะเร็งได้ดีขึ้นสารอาหารอื่นๆเช่น วิตามินอีเป็นที่ทราบกันดีว่าทำให้เกิดการตายลงของเซลหรือกำหนดระยะเวลาการตายของเซลซึ่งเป็นกลไกธรรมชาติของร่างกายในการกำจัดเซลที่ถูกทำลายซึ่งไม่เป็นที่ต้องการ หรือไม่มีประโยชน์ออกไป

15. มะเร็งเป็นโรคที่สัมพันธ์กับจิตใจ ร่างกาย และจิตวิญญาณการป้องกันเชิงรุกและการคิดในเชิงบวกจะช่วยให้เราสามารถอยู่รอดจากการทำสงครามกับมะเร็ง....ความโกรธ การไม่รู้จักให้อภัย และความขมขื่นใจจะทำให้ร่างกายเกิดความตึงเครียดและมีสภาวะเป็นกรดเพิ่มขึ้นให้เรียนรู้ที่จะมีความรักและจิตวิญญาณแห่งการให้อภัยเรียนรู้ที่จะผ่อนคลายและมีความสุขกับชีวิต

16. เซลมะเร็งไม่สามารถเจริญเติบโตได้ในสภาวะที่มีอ๊อกซิเจนเป็นจำนวนมากการออกกำลังกายทุกวันและการหายใจลึกๆจะช่วยให้ร่างกายได้รับอ๊อกซิเจนเพิ่มขึ้นลงไปจนระดับเซลการบำบัดด้วยอ๊อกซิเจนถือเป็นวิธีการอีกอย่างที่ใช้ในการทำลายเซลมะเร็ง


ที่มา: Forward Mail
บันทึกการเข้า

pooky 2009
นักแข่งมือสมัครเล่น
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 493


รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ คือคุณสมบัติของคนไทย


ดูรายละเอียด
« ตอบ #168 เมื่อ: 27 ตุลาคม 2552 12:45:31 »

รับทราบค่ะ

5555555555555555555++++++++++++

   หุหุ
บันทึกการเข้า

รอคอยอย่างมีความหวัง   ขอให้สมหวังในทุกสิ่ง

เพราะเป็นคนดี   ฟ้าคงเห็นใจ  บันดาลสิ่งดีดีมาให้
น้าเสก LOG.RYZ
นักแข่งมืออาชีพอันดับสอง
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 987


พาหนะแห่งข้า


ดูรายละเอียด
« ตอบ #169 เมื่อ: 31 ตุลาคม 2552 07:49:18 »

Subject: FW: ประกาศ : แจ้งเตือนถนนเส้น มาบเอียง-ระยอง 331 (ถนนแหลมฉบังตัดใหม่)....

 


> ระวังนะ................. ^ ^
>
>
> ใครใช้เส้นทาง มาบเอียง - ระยอง 331 ระวังด้วยนะครับ ช่วงลงเขา ขาเข้า
> หันหน้าเข้าแหลมฉบัง ช่วง กม. 7 ทางโค้งเข้าหน้าวัดยางเอนครับ ฝนตกถนนจะลื่นมาก
> และมีขี้เลนไหลมารวมกันที่เลนซ้าย จังหวะจะเปลี่ยนเลนตบเข้าซ้ายเพื่อลงไปลอดใต้
> สะพานเข้าเส้นสวนเสือ ผมขับรถมาที่ความเร็ว 80 กม.ได้ครับ ฝนตกใบปัดน้ำฝนเบอร์
> 1 รถเกิดอาการ ท้ายปัดช่วงการเหวี่ยงท้ายรถแซงเข้ามาทางขวามือครับ ผมพยายามหัก
> พวงมาลัยไปทางขวาเพื่อคืนตัวรถ ทำให้รถเสียจังหวะแล้วพลิกคว่ำไป 2 ตลบครับ โชค
> ดีที่รถไม่หงายชี้ฟ้า ไม่งั้นคงนอนจมน้ำโคลนแบบ D2B แน่ๆ และโชคดีที่ขับฟอร์
> ดครับยอมรับว่าหลังคาแข็งดี เพราะรถหมุนเอาหลังคากับท้ายกระบะฟาดเข้าที่ถนนแล้ว
> หมุนลงไปที่กอหญ้าครับ รอดมาได้แบบ บาดเจ็บกันเล็กน้อย น่ากลัวจริงๆ

บันทึกการเข้า
Red-Car@RYZ
Moderator
นักแข่งมืออาชีพอาวุโส
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,738


ท่องเที่ยวไปตามใจฝัน T. 081-8617417


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #170 เมื่อ: 31 ตุลาคม 2552 08:12:15 »

เรียนทุกท่านเนื่องจากเป็นเรื่องที่น่ากลัวและเสี่ยงกับทุกท่านที่มีรถขับครับ...... 

   เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อวันที่ 29/05/2009 เวลาประมาณ 22.30 น. เพื่อนของผมซึ่งทํางานอยู่ที่โตโย
  ต้าอมตะนคร ชลบุรี และมีบ้านอยู่ที่มาบเอียง                                         
  และจะต้องกลับบ้านทุกเย็นวันศุกร์หรือไม่ก็เย็นวันเสาร์อีกทั้งเวลาก็ไม่ดึกมากเท่าไหร่ เหตุการณ์เกิด 
  ขึ้นเส้นทางไปมาบเอียง 331 ได้เกิดมีรถจักรยานยนต์                                 
  ขับมาและล้มต่อหน้ารถของเพื่อนทันที โดยไม่มีสาเหตุแน่ชัด เพื่อนผมจึงได้หยุดรถและลงไปเพื่อช่วย 
  เหลือทันที แต่ก็ยังไม่ลืมล็อครถ เมื่อไปถึงก็พบว่าคนขับ                                 
  หมดสติจึงไม่กล้าเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกลัวมีกระดูกหัก ไม่ถึง 5 นาทีมีรถจักรยานยนต์จํานวน 2 คัน ขับ 
  ตามมาเพื่อนจึงได้โบกรถที่วิ่งมาเพื่อขอความช่วยเหลือ                                 
  ซึ่งเป็นวัยรุ่น 4 คน เด็กวัยรุ่นบอกให้เพื่อนไปประคองคนเจ็บขณะที่หันหลังให้ สิ่งที่ได้รับ คือ เหล็ก 
  แป๊บกับไม้หน้าสามที่กลุ่มวัยรุ่นฟาดใส่โดยไม่ยั้งจนสลบ                                   
  และกลุ่มวัยรุ่นก็หยิบกุญแจไปเปิดล็อคสตาร์ทรถ แต่ด้วยความโชคดีที่รถของเพื่อนติดระบบป้องกันแบบ 
  สแกนนิ้ว ( TOYOTA WISH ) ซึ่งสั่งมาติดเอง                                       
  และมีสวิตท์ซ่อน จึงไม่สามารถขโมยรถเพื่อนไปได้ แต่เจ้าของรถอาการโคม่า สมองบวมนอนพักรักษา
  ตัวที่โรงพาบาลเอกชน 1 เดือนตอนนี้ออกมาพักฟื้นที่บ้านแล้ว                             
  จึงอยากฝากเรื่องนี้ถึงทุกท่านที่ขับรถในที่เปลี่ยว โจรยุค 2009 นี้ลงทุนหากินหลายรูปแบบมาก     
  ครับ....ระวังตัวไว้ไปไหนมาไหนมีเพื่อนนั่งด้วยก็ดีครับ...                             
  ( ถ้าเป็นรถที่ผมขับอยู่แค่มีกุญแจในมือก็เอาไปได้สบายๆแล้ว....)                         
  ขอบคุณทุกท่านที่รับและอ่านข้อมูลครับ....                                           
                                                                           
  พงษ์พันธ์   นิตยาธารีกุล                                                     
  บรรจุและจ่ายซีเมนต์ 1 ร.กค             
  โทร.083-4216485


บันทึกการเข้า

Red-Car@RYZ
Moderator
นักแข่งมืออาชีพอาวุโส
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,738


ท่องเที่ยวไปตามใจฝัน T. 081-8617417


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #171 เมื่อ: 31 ตุลาคม 2552 08:19:29 »

เตือนภัย ขึ้นภู-ดูหมอก!ระวัง 4 โรคร้าย

คลินิกเวชศาสตร์ท่องเที่ยวและการเดินทาง โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน คณะเวชศาสตร์เขตร้อน  มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ออกคำเตือนว่า ช่วงกลางเดือนธันวาคมถึงมกราคม เป็นช่วงที่มีอากาศหนาวจัด  นักท่องเที่ยวมักนิยมเดินทางไปตั้งแคมป์บริเวณยอดดอยหรือยอดภูเพื่อชมทัศนียภาพ เช่น แม่คะนิ้ง และทะเลหมอก แต่หลังกลับจากการท่องเที่ยวมักจะพบผู้ป่วยที่มีอาการไข้หวัด ปอดบวม โรคหัด โรคภูมิแพ้อากาศ และโรคหอบหืดเป็นจำนวนมาก

สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ แก่นักท่องเที่ยวเกิดจากเชื้อไวรัสที่เจริญเติบโตและแพร่เชื้อได้ดีในสภาพอากาศแห้งชื้น  ซึ่งอากาศหนาวยิ่งส่งผลให้ความต้านทานโรคลดลง  เนื่องจากร่างกายอาจปรับสภาพไม่ทัน  ดังนั้นก่อนการเดินทางควรดูแลร่างกายโดยออกกำลังอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน ครั้งละ 30 นาที และควรเตรียมเสื้อกันหนาว ถุงมือ และผ้าห่มติดกระเป๋าไปด้วย เพื่อรักษาอุณหภูมิในร่างกายให้คงที่

นอกจากนี้ควรดื่มน้ำอุ่นบ่อยๆ และอาบน้ำเร็วกว่าปกติเพื่อหลีกเลี่ยงอากาศเย็น เพราะน้ำเย็นมากอาจกระตุ้นทำให้เกิดไข้หวัดได้ง่าย  ซึ่งพบผู้ป่วยมากในฤดูหนาว เชื้อไวรัสจะอยู่ในน้ำมูก  น้ำลาย  และโรคนี้ติดต่อได้ง่ายโดยการหายใจ ไอ หรือจามรดกัน อาการเด่นคือมีไข้ ปวดเมื่อยตามเนื้อตัว  น้ำมูกไหล ไอ จาม อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร การป้องกันควรหลีกเลี่ยงอยู่ในที่แออัดรวมกับผู้ป่วย และการรักษาควรพักผ่อนมากๆ รับประทานยาตามอาการ

"ปอดบวม"  ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย  ทำให้เกิดการอักเสบของเนื้อปอด หลอดลม และถุงลม ทำให้มีของเหลวเกิดขึ้นในถุงลม โรคนี้ส่วนใหญ่เป็นโรคแทรกซ้อนและเกิดหลังจากไข้หวัดประมาณ 2-3 วัน อาการเด่นมีอาการไอ เจ็บหน้าอก มีไข้สูงและหายใจหอบ

"โรคหัด"  เป็นโรคที่แพร่กระจายเชื้อได้อย่างรวดเร็ว มักพบมากในช่วงฤดูหนาวถึงต้นฤดูร้อน  สาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัส  พบมากในน้ำลายของผู้ป่วย ติดต่อโดยการไอ จาม หายใจรดกัน  หรือการสัมผัสสิ่งของเครื่องใช้ร่วมกัน มีอาการระยะแรกคล้ายหวัด มีไข้สูงตลอดเวลา กินยาไข้ก็ไม่ลด และถ่ายเหลวบ่อยครั้งเหมือนท้องเดิน ผู้ป่วยเด็กอาจชักได้เมื่อไข้ขึ้นสูง

"โรคภูมิแพ้อากาศ"  พบในฤดูหนาวมากกว่าฤดูอื่น  เกิดจากการที่ร่างกายได้รับสารก่อภูมิแพ้ทางการหายใจ  อาการเด่นชัดคือคันจมูก คันตา น้ำมูกใส จามบ่อย แน่นจมูกตอนเช้า หากไม่อยากให้โรคภูมิแพ้อากาศมารบกวนก่อนเตรียมตัวจัดกระเป๋าควรนำเสื้อกันหนาวและที่นอนมาทำความสะอาดก่อนน้ำกลับมาใช้ใหม่  และที่สำคัญควรพักผ่อนให้พอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

"โรคหอบหืด" เหตุคือมลภาวะในอากาศหน้าหนาวจะเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะหมอกและควันพิษจะไม่ลอยสูงขึ้นไปตามลม   ทำให้เราหายใจนำมลพิษเข้าไปในปอด  มลพิษเหล่านี้อาจเป็นสารกระตุ้นให้เกิดโรคหอบหืดได้ง่าย   ดังนั้นหากไปเที่ยวในสภาพพื้นที่ที่มีคอากาศหนาวควรเตรียมหน้ากากอนามัยไว้สวมด้วยเพื่อเป็นการป้องกัน

หากนักท่องเที่ยวสงสัยว่าเป็นโรคดังกล่าว  หรือมีอาการไม่สบายหลังจากการเดินทางท่องเที่ยวควรไปพบแพทย์ หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญได้ที่คลินิกเวชศาสตร์ท่องเที่ยวและการเดินทาง  ในวันและเวลาราชการ โทรศัพท์ 0-2354-9100 ต่อ 1405 และนอกเวลาราชการ ต่อ 1410   หรือเว็บไซต์ http://www.thaitravelclinic.com.


บันทึกการเข้า

-TOR@RAYONG-
นักแข่งมืออาชีพอาวุโส
********
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9,459


081-939-5609


ดูรายละเอียด
« ตอบ #172 เมื่อ: 09 พฤศจิกายน 2552 17:48:06 »

เตือนภัยโทรศัพท์จากพี่น้องชลบุรีครับ

http://www.aeracingclub.net/forums/index.php?topic=53885.0

ขออนุญาติ น้าWut "AAT" ด้วยนะครับ


 
 
บันทึกการเข้า

-TOR@RAYONG-
นักแข่งมืออาชีพอาวุโส
********
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9,459


081-939-5609


ดูรายละเอียด
« ตอบ #173 เมื่อ: 13 พฤศจิกายน 2552 16:30:22 »


FW: เข้าป่า โบราณว่า เห็นอะไร อย่าทัก‏..

 เรื่องมีอยู่ว่า ต้น รวมตัวกับเพื่อน ๆ ได้กลุ่มหนึ่ง ประมาณ 10 คน แล้วนั่งคุยกันว่า
เด๋วหลังเสร็จงานจัดโปรแกรม ไปเที่ยวต่างจังหวัดกัน พองานเสร็จ ทุกอย่างลงตัว
ก็เลยมานั่งคุยกันว่า ไปไหนดี เพื่อนคนหนึ่งพูดขึ้นว่า ไปดอยอินทรานนท์มั้ย
แต่อีกคนบอกว่าฝนตก ไม่สนุกหรอกเข้าป่า พอคุยกันไปคุยกันมา
ไม่ได้ข้อสรุป ต้นเลยบอก เอาตามที่เอ็งบอกนั้นละ ดอยอินทรานนท์ นั้นละ

พอได้ข้อสรุป ก็แยกย้ายไปเก็บข้าวของ ก็ขับรถไป พอไปถึงที่ ดอยอินทรานนท์ จอดรถเสร็จ
ทุกคนหยิบกระเป๋าของตัวเอง แล้วเพื่อนผม จังหวะว่า พาแฟนไปเปลี่ยน บรรยากาศ
พอเราเดินไปได้สักพัก ( นี้คือเดินอยู่ในป่าแล้วนะครับ ) แฟนเพื่อนผม ไปเจอสิ่งที่แบบว่า
คล้าย ๆ กับ แก้วน้ำอะไรสักอย่างเนียละ เลยเดินไปจับ แล้วหยิบมาดู ก็ไม่มีอะไร
พอหันไปตันไม้ต้นอื่น ก็มีสิ่งแบบเดียวกันอีก เลยหันมาบอกว่า รีบไปเถอะวะ มันจะมืดละ รีบเดินไปให้ถึงจุดกางเต้นเถอะ

พอเดินไปได้สักระยะหนึ่ง แฟนเพื่อนผมก็บอกว่า อ้าวเห้ย พวกเอ็งเห็นอะไรนั้นปะหายเข้าไปแล้วอะ บนต้นไม้
ทุกคนบอก เห้ย เข้าป่าเห็นอะไร อย่าทัก สิ่งดีก็มีไม่ดีก็มี รีบไปเถอะ มันโพ้เพ้แล้ว
จากนั้นก็ เดินแล้วก็เที่ยวตามปกติ แต่เรื่องมันมาเกิดตอนที่เดินทางกลับ

แฟนเพื่อนผมพูดขึ้นว่า ขอไปด้วยได้มั้ย เพื่อนผมเลยบอกว่า อ้าวไอห่า แฟนเอ็งเป็นไรว่า อยู่ ๆ บอกว่า
ไปด้วยได้มั้ย เพื่อนผมเลยบอกว่า มาด้วยกันก็กลับด้วยกันดิ หรือว่าเอ็งจะอยู่เที่ยวกันต่อ 2 คน
ผมได้ยินเสียงที่ตอบมาแบบช้า ว่า ขอบคุณ

ทุกคนหันมองหน้าแล้วเดินต่อ ต้นคิดในใจแล้วว่า มันต้องมีอะไรแน่เลย
เพราะว่าทำไมตามัน ขวาง ๆ แปลก ๆ เหมือนไม่ใช่แฟนเพื่อนผม ที่ต้นรู้จัก
พอกลับมาถึง กทม. ก็แยกย้ายกันกลับบ้าน เอาของไปเก็บ แล้วเดียวมาเจอ บ้านต้น
นั่งกินสุรา กัน เพื่อนผมคนนั้นมันก็พาแฟนมันมานั่งด้วย แล้วต้นจำได้ติดตาเลยว่า ในวงมีไก่ต้มน้ำปลา กับ หอยแครงอยู่

แฟนเพื่อนผมบอก หิวข้าวจัง ต้นเลยบอกว่า เห้ยเอ็งไปตักข้าวมาให้แฟนเอ็งกินดิ
พอตักมาให้ก็ไม่กิน กินเข้าไปไม่ถึง 2 คำ แล้วบอกอิ่ม สุราหมดไป 1 กลม
บางคนก็เดินไปเข้าห้องน้ำ บางคนออกไปคุยโทรศัพท์ ส่วนเพื่อนผม อีก 2 คนออกไปซื้อมาต่อ

ในวงไม่เหลือใคร นอกจาก แฟนเพื่อนต้น ทีแรกต้นก็ไม่ได้สนใจอะไร
ก็นั่งคิดว่าแฟนเพื่อนต้น ปกติมัน เฮฮ่า นิหว่าทำไมวันนี้มันเงียบผิดปกติว่ะ

แล้วเพื่อนผมอีกคนที่ยืนคุยโทรศัพท์อยู่ก็เรียกต้นว่า เห้ยมาดูไรนี่ดิ เห็นเต็ม ๆ 2 ตาเลย
ไก่ที่วางอยู่ แฟนเพื่อนผมกินแบบ ใส่มือฉีดอะ กระชาก ไม่ก็ไม่น่าแปลกอะ
แค่กินไก่อาจจะกินไม่ถนัด แต่ที่แปลกคือ แฟนเพื่อนผมคนนี้ มันสำอางมาก
ไม่มีทางที่จะทำแบบพวกต้นแน่ กินหมดเสร็จจะพูดยังไง เอาเป็นกินแบบสกปรก อะ

ก็ยังไม่สนใจอะไร แค่ดูแล้วมันแปลก ๆ ไป เท่าไรยังไม่ได้คิดไรมาก
พอมา 2 วัน เพื่อนโทรมาบอกว่า แฟนมันชอบให้ซื้อของ สด ๆ ดิบ ๆ มาให้
บอกว่าจะเอาไว้ทำกับข้าว แต่พอเช้า ของที่ซื้อมาหายหมด ทุกคนเลยบอกว่า ผิดปกติแล้วละ

เลยรวมตัวกันแล้วบอกเพื่อนคนนั้นว่า วันนี้ไปซื้อมาอีกนะ แล้วมาแอบดูกันว่า มันเกิดอะไรขึ้น
ผมที่ได้คือ แฟนมันลุกขึ้นมากลางดึก มาหยิบของพวกนั้นกินแบบ ไม่ใช่คนอย่าเรา ๆ กินอะครับ ที่เห็นอะ
ต้นเลยบอกว่า ไม่ใช่แล้วอะ เลยบอก ลองเอาพระให้ใส่ พอให้พระใส่ ก็ปกติดีทุกอย่า พูดจารู้เรื่อง

ต้นก็ งง ว่าถ้าผีเข้าหรืออะไรยังไง เจอพระก็ต้อง ออกหมด แต่นี้ปกติ เลยบอกว่างั้นพาไปที
ตำหนักอาจารย์ต้นแล้วกัน ไม่ขอบอกนะครับว่าที่ไหน
พอไปถึงที่ ตำหนัก อาจารย์เลยถา มว่า ไปโดนอะไรมา ก็เลยลอง ๆ เล่าให้ฟังว่า หน้าจะเป็นแบบนี้นะ

อาจารย์ต้นเลยบอกว่า แฟนเพื่อนเอ็ง โดนของดีแล้วละ สรุปง่าย ๆ เลยคือ
ปอบผีฟ้า ที่เราเคยได้ยินชื่อหรือที่ชมกันตามทีวี นั้นละ ต้นยังบอกเลยว่า ปอบผีฟ้า ยังมีอยู่อีกหรอ
อาจารย์ อาจารย์บอกว่ามีเยอะ ทางเหนือ พวกนี้จะอยู่ตามต้นไม้
ต้นเลยนึกขึ้นได้ ที่มันทักที่มันหยิบมา เลยเล่าให้เค้าฟังว่าแบบนี้ ๆ

แล้วก็บอกว่า ต้นเอาพระให้ใส่ก็ปกติดีนะ อาจารย์เลยบอกว่า พวกนี้ เป็นชนิดที่ว่าเก่งแล้ว
แล้วที่เพื่อนเอ็งไปเจอเนีย ที่วาง ๆ ไว้ตามต้นไม้เนีย คือพวกที่แบบว่า ชนิดที่ว่า
คนเลี้ยงเอาไม่อยู่แล้ว หรือที่เรียกว่า ขันแตก ประมาณนั้น

จากนั้น อาจารย์เลยบอกว่า ปิดหน้าต่าง ปิดประตูให้หมด แล้วจับแฟนเพื่อนผมให้ดี
อาจารย์ก็ทำการ เรียกขวัญ แล้วก็เอาน้ำมนต์ ทำเหมือนในหนังเลย
แล้วพอตนนั้นออกจากร่าง อาจารย์บอกว่า ทำใจได้เลย ไม่เกิน 3 วัน เสียชีวิต
เพื่อนผมเลยบอกว่า ทำไมหรอครับ ออกไปแล้วทำไมแฟนผมต้องตายแล้ว
อาจารย์ต้นเลยบอกว่า ตนนั้นมาสิงกินข้างในไปหมดแล้ว
ที่แฟนเอ็งอยู่ใน เพราะว่า ผีปอบตนนี้ พอผีออกไป แฟนเอ็งก็เหมิอนร่างที่ไร้วิน ญาญแล้วละ

แล้วต้นเลยถามว่า ไม่มีวิธีช่วยเลยหรอครับ อาจารย์บอกว่า ไม่มีแล้วละ ทำใจซะเถอะ
เกิดก็ต้องมีจาก มนุษย์ทุกคนเกิดมาต้องชดใช้กรรมทั้งนั้นละ
เพื่อนผมเลยกอดแฟนมันแล้วร้องไห้แบบเด็กเลย
ผมยังมานั่งคิดเลยว่าถ้าเกิดขึ้นกับครบครัวผมหรือคนรู้จัก เราจะทำอย่างไงดี
จากนั้นไม่ได้ ได้ประมาณ 4 วัน แฟนเพื่อนผมก็เสียชีวิตลง
ร.พ.ศิริราช ตรวจแล้วลงในบัตรมรณะว่า เครื่องในหยุดทำงานเฉียบพัน

ขอแสดงความเสียใจกับ กับครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วยครับ

เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
จำไว้ว่าพบเห็นสิ่งใดอย่าทักถึงบ้านหรืออะไรแล้วค่อยมาเล่าให้ฟัง
ไม่งั้นอาจจะเป็นเหมือนเรื่องที่ต้นได้เล่าให้ฟังนะครับ         
บันทึกการเข้า

Christmas
นักแข่งมืออาชีพอันดับหนึ่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,213


4E-FE inside


ดูรายละเอียด
« ตอบ #174 เมื่อ: 13 พฤศจิกายน 2552 21:47:25 »

น่ากลัวอ่ะ 
บันทึกการเข้า

-TOR@RAYONG-
นักแข่งมืออาชีพอาวุโส
********
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9,459


081-939-5609


ดูรายละเอียด
« ตอบ #175 เมื่อ: 18 พฤศจิกายน 2552 13:07:55 »

FW:

ถ้าคุณขับรถกลางคืน แล้วโดนปาหน้ารถด้วย " ไข่" ( ไข่จริงๆ ไม่ได้มุข)

อย่า...ฉีดน้ำและปัดกระจกเป็นอันขาด !!

เพราะเมื่อไข่ผสมกับน้ำแล้วกลายเป็นคราบเหนียว บดบังทัศนวิสัยของคุณได้ถึง
92.5%

นั่นหมายถึง คุณจะถูกบีบบังคับให้ต้องจอดรถข้างทาง (ก็มันมองไม่เห็น
ก็ต้องหยุดก่อน) ดีไม่ดีคุณก็จะลงไปเช็ดกระจกอีกต่างหาก

ซึ่งจังหวะนั้นเองที่ คุณจะกลายเป็นเหยื่อไข่ของมิชฉาชีพทันที

นี่เป็นยุทธวิธีใหม่ของโจรบนท้องถนน

โปรดส่งเตือนญาติมิตรเพื่อนฝูงของคุณด้วย

บันทึกการเข้า

-TOR@RAYONG-
นักแข่งมืออาชีพอาวุโส
********
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9,459


081-939-5609


ดูรายละเอียด
« ตอบ #176 เมื่อ: 20 กุมภาพันธ์ 2553 11:11:32 »

----


 วันที่ 14 สิงหาคม > เวลาประมาณ 11.00 น.  เป็นวันที่ผมมิอาจลืมได้ ในชีวิตนี้
ผมได้ขับรถขึ้นทางด่วนพิเศษจาก  ถนนจันทน์ มุ่งหน้าไปถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อที่จะไปทำบุญบริจาคสิ่งของ ที่บ้านเด็กอ่อนพญาไท  ติด ถ.แจ้งวัฒนะ-  ปากเกร็ด

ขณะขับรถไปได้ประมาณ 20 นาที และมองไปที่คันเร่ง เห็นหน้าจอ ที่ 140 กม.ผมก็ได้ถอนคันเร่งและแตะเบรก  2  ครั้งเพื่อลดความเร็ว
แต่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง  ผมได้ลองใหม่อีก  3 ครั้ง คราวนี้กระชากเบรกมือด้วยอีก  2 ครั้ง เบรกเท้าอีกก็เหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
ลองเกียร์ว่าง 1  ครั้ง  ความเร็วอยู่ที่  130 กม/ชม.  ผมได้พยายามกดโทรศัพท์ไปหาเพื่อนสนิทที่นัดแนะไปทำบุญด้วยกัน
เพื่อนแนะให้ลดเกียร์  จาก D เป็น 2  และ L ความเร็วลดจาก 130/ชม. เป็น 120-  110 ซึ่งลดลงได้เพียงเท่านี้
 
ความพยายามในการชะลอรถมากกว่า  10 นาที และลองเกียร์ว่าง 1 ครั้ง  ไม่มีผลเลย
ผมคิดว่าคงอาจจบชีวิตบนการทางพิเศษแล้ว และคิดว่าถ้าไม่มีอุบัติเหตุใดใดเลยจะขอทำบุญบวชอีกครั้งในชีวิต
( บวชพราหมณ์หรือพระภายใน  2 ปีนี้ ) และจะเริ่มลดละบาปกรรม

เพื่อนได้แนะอีกครั้ง และสมาธิเริ่มรวบรวม  ความพยายามประมาณครั้งที่  7  โดยการดับเครื่อง
คราวนี้รถได้ชะลอความเร็วลงมาก  ผมได้ประคองขับรถต่อไปอีกประมาณ  5 กม..  กว่ารถจะหยุดได้  ซึ่งผมก็สามารถหยุดชิดขอบทางได้
เหมือนรอดตายพ้นนรก ผมรีบโทรบอกที่บ้านเพราะตอนแรกนึกว่าคงไม่ได้โทรสั่งเสียหรือสั่งลา
ผมได้เดินอีกประมาณ  100  เมตรไปบอกเจ้าหน้าที่เก็บเงินที่  ด่านเก็บเงินใกล้แจ้งวัฒนะเพื่อขอความช่วยเหลือ
รอประมาณ 10 นาที  ก็มาช่วย ผลปรากฏว่าสาเหตุที่คันเร่งค้าง เพราะกล่องสัญญาณกันขโมยซึ่งหนักประมาณเกือบครึ่งกิโลไปทับอยู่ที่  ก้านของคันเร่งและเกิดการล็อคขึ้น 

 


ที่มา FW:Mail
 
บันทึกการเข้า

montri
นักแข่งมืออาชีพอันดับหนึ่ง
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,011


รถบ้านๆ


ดูรายละเอียด
« ตอบ #177 เมื่อ: 21 กุมภาพันธ์ 2553 20:29:16 »

ขอบคุณคับผมไประยองบ่อยเสียด้วย ไปมาเมื่อต้นเดือนทำถนนลาดยางตอยกลางคืนไม่มีไฟว่ากำลังซ่อมบำรุงเลย ถนนก็มืด 
บันทึกการเข้า

มันไม่พังแค่สีมันลอก
น้าเสก LOG.RYZ
นักแข่งมืออาชีพอันดับสอง
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 987


พาหนะแห่งข้า


ดูรายละเอียด
« ตอบ #178 เมื่อ: 23 กุมภาพันธ์ 2553 07:29:57 »

----


 วันที่ 14 สิงหาคม > เวลาประมาณ 11.00 น.  เป็นวันที่ผมมิอาจลืมได้ ในชีวิตนี้
ผมได้ขับรถขึ้นทางด่วนพิเศษจาก  ถนนจันทน์ มุ่งหน้าไปถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อที่จะไปทำบุญบริจาคสิ่งของ ที่บ้านเด็กอ่อนพญาไท  ติด ถ.แจ้งวัฒนะ-  ปากเกร็ด

ขณะขับรถไปได้ประมาณ 20 นาที และมองไปที่คันเร่ง เห็นหน้าจอ ที่ 140 กม.ผมก็ได้ถอนคันเร่งและแตะเบรก  2  ครั้งเพื่อลดความเร็ว
แต่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง  ผมได้ลองใหม่อีก  3 ครั้ง คราวนี้กระชากเบรกมือด้วยอีก  2 ครั้ง เบรกเท้าอีกก็เหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
ลองเกียร์ว่าง 1  ครั้ง  ความเร็วอยู่ที่  130 กม/ชม.  ผมได้พยายามกดโทรศัพท์ไปหาเพื่อนสนิทที่นัดแนะไปทำบุญด้วยกัน
เพื่อนแนะให้ลดเกียร์  จาก D เป็น 2  และ L ความเร็วลดจาก 130/ชม. เป็น 120-  110 ซึ่งลดลงได้เพียงเท่านี้
 
ความพยายามในการชะลอรถมากกว่า  10 นาที และลองเกียร์ว่าง 1 ครั้ง  ไม่มีผลเลย
ผมคิดว่าคงอาจจบชีวิตบนการทางพิเศษแล้ว และคิดว่าถ้าไม่มีอุบัติเหตุใดใดเลยจะขอทำบุญบวชอีกครั้งในชีวิต
( บวชพราหมณ์หรือพระภายใน  2 ปีนี้ ) และจะเริ่มลดละบาปกรรม

เพื่อนได้แนะอีกครั้ง และสมาธิเริ่มรวบรวม  ความพยายามประมาณครั้งที่  7  โดยการดับเครื่อง
คราวนี้รถได้ชะลอความเร็วลงมาก  ผมได้ประคองขับรถต่อไปอีกประมาณ  5 กม..  กว่ารถจะหยุดได้  ซึ่งผมก็สามารถหยุดชิดขอบทางได้
เหมือนรอดตายพ้นนรก ผมรีบโทรบอกที่บ้านเพราะตอนแรกนึกว่าคงไม่ได้โทรสั่งเสียหรือสั่งลา
ผมได้เดินอีกประมาณ  100  เมตรไปบอกเจ้าหน้าที่เก็บเงินที่  ด่านเก็บเงินใกล้แจ้งวัฒนะเพื่อขอความช่วยเหลือ
รอประมาณ 10 นาที  ก็มาช่วย ผลปรากฏว่าสาเหตุที่คันเร่งค้าง เพราะกล่องสัญญาณกันขโมยซึ่งหนักประมาณเกือบครึ่งกิโลไปทับอยู่ที่  ก้านของคันเร่งและเกิดการล็อคขึ้น 

 


ที่มา FW:Mail
 

ระทึกมากครับ
บันทึกการเข้า
น้าเสก LOG.RYZ
นักแข่งมืออาชีพอันดับสอง
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 987


พาหนะแห่งข้า


ดูรายละเอียด
« ตอบ #179 เมื่อ: 10 สิงหาคม 2553 15:40:45 »


ถึงทุกๆท่าน

       ดิฉันมีเรื่องอยากเตือนทุกท่านให้ระวังเอาไว้  ถึงการหลอกลวงอีกรูปแบบ

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2552  เวลาประมาณ 09.15 น.  ดิฉันได้รับโทรศัพท์จากหมายเลข +886226994823
เป็นระบบเสียงอัตโนมัติอ้างว่าโทร.."จากศาลจังหวัดกรุงเทพมหานคร  แจ้งว่ามีหมายส่งถึงดิฉัน  แต่ไม่สามารถส่งหมายได้
ให้ติดต่อไปยังศาลอาญา    มิฉะนั้นศาลจะออกหมายจับไป  กด 1 หากต้องการฟังซ้ำ  กด 9 เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่"

       ด้วยความที่ดิฉันเป็นทนายความ  จึงสงสัยและจับพิรุธได้ดังนี้
           1. เกิดมาไม่เคยกระทำความผิดใดๆ ตามกฏหมายที่จะต้องถูกดำเนินคดีอาญา
           2. เบอร์โทรศัพท์แปลก ๆ  เหมือนโทร.มาจากต่างประเทศ
           3. ในประเทศไทยไม่มีศาลจังหวัดกรุงเทพมหานคร
           4. ศาลไม่มีบริการติดตามคู่ความ หรือตรวจสอบข้อมูลทางโทศัพท์ (ยกเว้นท่านจะโทร.ไปที่ศาลเพื่อขอข้อมูลเอง
               หรือตรวจสอบจากเว็บไซด์)

       ดิฉันจึงตัดสินใจกด 9 เพราะอยากรู้มีเขามีลูกเล่นอย่างไร  สักพักก็จะมีเสียงผู้หญิงรับสาย (มีเสียผู้ชายดังเข้ามาเหมือน
กำลังเจรจาเกี่ยวกับคดีความกับคนอื่นอยู่ ซึ่งทำให้เหมือนจริงว่าโทร..มาจากศาล)  แจ้งว่าเป็นเจ้าหน้าที่ศาลอาสาจะตรวจสอบ
ข้อมูลให้  ขอทราบชื่อ-นามสกุล    ดิฉันก็แจ้งชื่อ-นามสกุลให้ทราบ  จากนั้นผู้หญิงคนดังกล่าวก็จะขอหมายเลขบัตรประชาชน
13 หลัก  ดิฉันไม่ให้  เขาก็บอกว่าการติดต่อราชการจะต้องใช้หมายเลขบัตรประชาชน  ดิฉันจึงบอกไปว่าการตรวจสอบข้อมูล
ของศาลนั้นไม่ต้องใช้เลขบัตรประชาชนก็ได้  ตรวจจากชื่อนาม-นามสกุลก็ได้แล้ว  ผู้หญิงคนดังกล่าวก็ยังยืนยันว่าต้องใช้เลข
บัตรประชาชน  ดิฉันจึงแจ้งว่าจะไปติดต่อศาลเอง ขอทราบชื่อเจ้าหน้าศาลที่จะต้องติดต่อ  ผู้หญิงคนดังกล่าวก็ตอบมาด้วย
เสียงดุๆ ว่าให้ไปติดต่อได้ที่ศาลอาญารัชดา แล้วก็รีบวางสาย  ไม่ยอมแจ้งชื่อให้ทราบ

       ดิฉันได้ตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าวพบว่า
           -  ไม่ใช่หมายเลขของศาลอาญารัชดาฯ
           -  เป็นรหัสทางไกล 886  ซึ่งโทร..มาจากไต้หวัน

ดังนั้นจึงขอเตือนทุกๆท่าน ได้โปรดระวังการหลอกลวงแบบใหม่นี้ไว้ด้วย  เพราะหากท่านให้เลขบัตรประชาชน 13 หลักไป
ไม่ทราบว่าเขาจะเอาไปทำอะไร  เลขบัตรประชาชนของท่านสามารถตรวจสอบข้อมูลต่างๆของท่าน เช่นข้อมูลทางการเงิน
ข้อมูลบัตรเครดิต ฯลฯ  ได้มากมาย !!!!!!!!

     นอกจากนี้ขอให้เตือนเพื่อนๆ  ญาติสนิท มิตรสหายของท่านให้ทราบด้วย

                                                                             ขอบคุณค่ะ


                                                                             ธิดาพร  วณิชย์รุจี

บันทึกการเข้า
หน้า: [«5]  «  1 ... 7 8 [9] 10 11 ... 13  »    ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2008, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!