ในมุมมองของผม
ความรักก็คือ หนึ่งในสัญชาติญาติในการขยายเผ่าพันธุ์ ซึ่งเป็นหลักตรรกะง่ายๆที่เข้าใจได้ไม่ยาก
เมื่อเลิกกันไม่มีคนผิดไม่มีคนถูก มีแต่อดีต
มนุษย์ยุคหินระหว่างที่กินอาหารกัน เกิดอยากร่วมรักขึ้นมาก็หันไปร่วมรักกับเพศหญิงทันที เมื่อเสร็จกิจก็กินอาหารต่อ มนุษย์ยุคหินมีเสรีมากมายที่จะทำอะไร
แต่มนุษย์ปัจจุบัน ก็มีเสรีแต่เรานำศีลธรรมมาล้อมกรอบเอาไว้ เพื่อให้เกิดความเหมาะสมในการดำรงชีวิต แต่!!
สิ่งมีชีวิตทั้งหลายในโลกนี้ ขยายเผ่าพันธุออกมาได้อย่างไรถ้าหากขาดคำว่าความรัก ?
ความรักเปรียบเสมือนตัวเชื่อมโยงคนสองคนใหเกิดการปฏิสนธิกัน ก่อกำเนิด "ชีวิต"
ลองนั่งคิดกันเล่นนะครับ สำหรับคนที่คิดว่า เราเกิดมาเพื่อเป็นเนื้อคู่กันและกัน บางคนบอกว่าเราเกิดมาแต่เรายังหากันไม่เจอ
-ถ้าเกิดว่าเนื้อคู่มีจริง งั้นจำนวนเนื้อคู่ก็ต้องมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆใช่ไหมครับ เพราะประชากรบนโลกมีมากขึ้นทุกที
-หากคนเราเกิดมาเพื่อเป้นเนื้อคู่กันทุกชาติ งั้นคนที่เกิดเป็นเลสเบี้ยน เกย์ ทอม เกย์ควีน 9ล9 พวกนี้ก็ต้องเกิดมาเพื่อเป็นแบบนี้ทุกชาติหรอครับ
-สัตว์มีความรักหรือเปล่า เพราะการที่เกิดการผสมพันธุ์ได้ ย่อมเกิดจากการใกล้ชิดและ... นั่นหมายความว่าสัตว์ก็มีเนื้อคู่เหมือนกันหรอ แล้วจะจำหน้าได้หรอ ก็หน้ามันเหมือนกันหมด
-แล้วธรรมชาติ จัดสรรยังไงว่า สัตว์ชนิดไหน มีเนื้อคู่ มีพรมหลิขิตได้ เอาอะไรตัดสิน งั้นลิงที่เป็นบรรพบุรุษมนุษย์ก็มีเนื้อคู่ด้วยสิ
-หากบอกว่ารักกันมาแต่ชาติปางก่อน แล้วถ้าเกิดเราพบรักแท้กับคู่ใหม่ล่ะ แล้วกรรมเก่าจะอธิบายว่าไงล่ะ
เรื่องพวกนี้จะมีจริงหรือไม่ ประเด็นอาจจะไม่ได้อยู่ที่ว่าเรารู้อะไร แต่คือเรารู้แล้วได้อะไร
สุดท้ายความรัก ครอบครัวย่อมสำคัญที่สุด
ปัญหาการใช้ชีวิตคู่สำคัญกว่าปัญหาความรัก แม้รวมๆเนื้อผ้าจะเป็นปัญหาเดียวกัน
แต่มีทางแก้และทางออกที่ต่างกัน
ดั่งเช่นที่มีผู้ที่ผมเคารพนับถือท่านนึง กล่าวไว้ว่า
"การดำเนินและการจบของชีวิต เริ่มต้นด้วยความฝัน และจบลงด้วยความจริง เสมอ.."
ป.ล. คิดกันเล่นๆนะครับ
